| หัวข้อ: ติดเกาะ |
|
ติดเกาะ |
>>> English version |
สามปีที่แล้วกี้ไปดำน้ำที่หมู่เกาะสิมิลัน ตอนนั้นเป็นช่วงมรสุมพอดี แต่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมทั้งกลุ่มของกี้เอง ยังรู้สึกว่าการดำน้ำเป็นเรื่องปลอดภัย ตราบใดที่เราเช็คสภาพอากาศก่อนออกทะเลทุกครั้ง แต่ก็นั่นล่ะค่ะ ถึงผิวน้ำจะดูราบเรียบไร้คลื่นลม แต่พอเอาเข้าจริงกระแสน้ำข้างใต้อาจเชี่ยวกรากจนเกิดอันตรายกับนักดำน้ำได้เช่นเดียวกัน
กี้กับเพื่อนๆ ลงเรือยอร์ชที่ท่าเรือสุราษฎร์ธานี มุ่งหน้าไปยังหมู่เกาะสิมิลัน และแวะลงที่เกาะตาชัย ซึ่งเป็นจุดดำน้ำยอดนิยมแห่งหนึ่งในแถบทะเลอันดามัน วันแรกก๊วนเรากับนักดำน้ำกลุ่มอื่นๆ พากันดำน้ำอยู่แถวเกาะตาชัยนั่นล่ะ แต่พอตกกลางคืนเรือโคลงมากจนกี้นอนไม่ได้เลย เช้าวันรุ่งขึ้นก็เลยเริ่มจะเวียนหัวขึ้นมาหน่อยๆ เขาว่าถ้าไม่อยากเมาเรือละก็ กฎข้อแรกคือหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แคบ แล้วพาตัวเองออกไปอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทซะ กี้เลยรีบออกจากห้องพักขึ้นไปอยู่บนดาดฟ้าเรือ พอไปถึงก็เห็นคนอื่นๆ ตื่นกันหมดแล้ว กำลังกังวลเรื่องอากาศกันอยู่
ข้างบนดาดฟ้านี่เองค่ะ กี้มองเห็นเรือยอร์ช เรือเล็ก เรือใบ เรือหาปลา จอดเรียงรายรอบเรือเราเต็มไปหมด กัปตันย้ายเรือเรามาจอดแถวนี้ เพราะเป็นจุดที่ปลอดภัยจากคลื่นลมแรง ดูเหมือนทุกชีวิตบริเวณเกาะตาชัยแห่งนี้ทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้อีกแล้ว นอกจากมาหลบพายุกันอยู่ที่นี่ กะด้วยสายตาน่าจะมีเรือจอดอยู่แถวนี้สัก 30 ลำเห็นจะได้
กี้ไม่รู้ด้วยซ้ำไปนะคะว่าท้องทะเลตอนนี้อันตรายแค่ไหน จนกระทั่งเห็นเรือลำหนึ่ง ซึ่งบรรทุกนักดำน้ำชาวอเมริกัน แล่นกลับมายังบริเวณที่เรือเราจอดอยู่ เรือลำนั้นอยู่ในสภาพเสียหายอย่างหนัก กระจกแตก ไม้หักพังยับเยิน คนบนเรือเมาเรือกันสะบักสะบอม ลูกเรือลำนั้นต้องพายเรือยางมาขอไม้จากเราไป
3 วันผ่านไป พวกเรายังติดแหง็กอยู่ตรงนั้น น้ำท่าอาหารเริ่มร่อยหรอ อ่าวที่จอดเรืออยู่ตอนนี้เริ่มกลายสภาพเป็นหมู่บ้านย่อมๆ เพราะบรรดาลูกเรือพากันพายเรือเล็กไปมาหากันเพื่อแลกเปลี่ยนอาหารและข้าวของเครื่องใช้
เรือยอร์ชที่กี้กับเพื่อนๆ โดยสารไปชื่อ "อันดามัน แดนเซอร์" บนเรือมีเรดาร์ที่รับสัญญาณคลื่นวิทยุได้เป็นครั้งคราว กัปตันเรือพยายามหาสัญญาณเพื่อติดต่อกับลูกสาวที่กรุงเทพฯ อยู่หลายวัน ทุกคนบนเรือเขียนชื่อและเบอร์โทรศัพท์ฝากไว้กับกัปตัน ขอให้ช่วยวานลูกสาวโทรกลับไปบอกที่บ้านของทุกคนด้วย
หลังจากกัปตันติดต่อลูกสาวได้ กี้เลยรู้ว่าตัวเองกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งไปซะแล้ว ข่าวว่านิโคล เทริโอ ติดพายุรุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษอยู่ในทะเลอันดามัน ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง อาจเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตตามรายงานข่าว หรืออาจจะรอดตายเหมือนนักดำน้ำและชาวประมงที่ติดพายุอยู่ ที่น่ากลัวที่สุดคือข่าวบอกว่าคลื่นแถวนี้สูงตั้ง 5-10 เมตร ถึงตอนนี้กี้เครียดมากเชียวค่ะ กลัวพ่อกับแม่จะเป็นห่วง
เกาะตาชัยตรงบริเวณที่เรือจอดอยู่นี้ค่อนข้างจะปลอดภัย เราหลบพายุอยู่ที่นั่น 4 วัน เพราะคลื่นลมแรงขนาดนั้นไม่มีทางที่เรือจะฝ่าออกไปได้แน่ๆ แม้แต่จะดำน้ำรอบๆ เรือก็ยังไม่ปลอดภัยเลยค่ะ เพราะกระแสใต้น้ำแรงมาก ขนาดครูสอนดำน้ำลงไปเอง ตอนขึ้นมาจากน้ำยังหอบแทบแย่ ครูก็เลยห้ามพวกเราลงน้ำเด็ดขาด แต่จะว่าไปแล้วถึงดำน้ำลงไปก็คงไม่มีอะไรดูหรอกค่ะ เพราะสัตว์น้ำในทะเลพากันหนีตายไปอยู่ที่อื่นกันหมด
เช้าวันที่สาม กี้เพลียมากเพราะเรือโคลงไม่หยุด สุดท้ายก็เมาเรืออย่างหนัก เลยรีบวิ่งขึ้นไปรับลมบนดาดฟ้าเหมือนครั้งก่อน แล้วก็เห็นกัปตันเรือกับคนอื่นๆ กำลังส่องกล้องส่องทางไกลดูเรือหาปลาลำหนึ่งที่จอดอยู่ทางฝั่งขวาของเรือเรา เห็นปลาตัวใหญ่ๆ ถูกโยนขึ้นเรือ เราสงสัยกันว่าน่าจะเป็นปลาฉลาม ดูจากธงที่แขวนไว้ถึงได้รู้ว่าไม่ใช่เรือประมงไทย แต่เป็นเรือประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับอนุญาตให้ทอดสมออยู่ในน่านน้ำไทยได้เป็นกรณีพิเศษเพราะติดพายุ
ครูสอนดำน้ำกับคนที่ว่ายน้ำแข็งๆ หน่อย ตัดสินใจดำน้ำลงไปดูแถวเรือประมงลำนั้น แต่กระแสน้ำแรงมาก เลยต้องจับมือกันค่อยๆ ไต่ก้นทะเลไป กี้กับคนอื่นๆ ที่เหลืออดทนรอฟังข่าวอยู่บนเรือ ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงพวกที่ดำลงไปก็โผล่ขึ้นมาพร้อมกับซากลูกปลาฉลามหลายตัว ซึ่งถูกฆ่าพร้อมกับแม่ของพวกมันและปลาฉลามตัวอื่นๆ ปลาฉลาม 8 ตัวถูกตัดครีบไปขาย พอเห็นอย่างนี้แล้วทุกคนโมโหกันใหญ่ แต่ก็จนใจเพราะทำอะไรคนพวกนั้นไม่ได้
เข้าวันที่สี่ กัปตันเรือลำกี้และลำอื่นๆ วิทยุขอความช่วยเหลือจากภายนอก พวกเรายืนเข้าแถวเพื่อรอขึ้นเรือรบของกองทัพเรือ ตอนไต่ขึ้นเรือมีพวกกะลาสีมาคอยช่วย และมีเชือกให้เกาะข้างลำเรือ ตอนแรกพวกเราจะหอบอุปกรณ์ดำน้ำขึ้นเรือด้วย แต่ได้รับคำแนะนำว่าไปแต่ตัวจะดีกว่า ตอนนั้นกี้ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้วล่ะค่ะ ขอให้ขึ้นบกได้เป็นพอ บนเรือลำนั้นมีคนโดยสารไปด้วยกันกับกี้อีกเป็นร้อย
อย่างที่กี้เล่าไปแล้วเรื่องเมาเรือ ตอนนี้จำฝังใจเลยค่ะว่าถ้าเมาเมื่อไหร่ ไม่มีวันหายแน่นอน นอกเสียจากจะได้ขึ้นฝั่ง คราวนี้พอได้ลงเรืออีกครั้ง กี้เลยตัดสินใจนั่งบนดาดฟ้าเรือกับคนอื่นๆ อีกเพียบ ส่วนที่เหลือกระจัดกระจายกันไปพักตามห้องพัก และไม่ต้องสงสัยแต่ละคนเมาเรือกันไปตามระเบียบ ถึงเรือจะลำใหญ่โตเบ้อเริ่มเทิ่มขนาดนั้น แต่ก็ยังโคลงไปเคลงมาไม่หยุด พวกเราต้องหาน็อตหรือสลักประตูยึดเอาไว้ไม่ให้ตัวเองกลิ้งไปกลิ้งมา เนื้อตัวก็เปียกปอนไปหมดเพราะฝนตก คลื่นก็สาดโครมๆ แถมน้ำยังนองเต็มพื้นอีกต่างหาก
เรือรบหลวงพาเรามาจอดเทียบท่าที่สุราษฎร์ธานีกลางดึก พอขึ้นฝั่งกี้เห็นนักข่าวมากันเป็นกองทัพ แสงแฟลชวูบวาบทำเอาหน้ามืดแทบเป็นลม แต่ก็ยังพอมีแรงตอบคำถามผู้สื่อข่าวอยู่บ้างค่ะ
สำหรับกี้การดำน้ำครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์หนึ่งที่จำไปจนวันตาย และขอภาวนาไม่ให้เจอะเจออะไรอย่างนี้อีก สุดท้ายกี้ขอขอบคุณลูกเรืออันดามัน แดนเซอร์ เพื่อนๆ นักดำน้ำ และกองทัพเรือที่ช่วยให้รอดพ้นจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ด้วยค่ะ
Brought
2 U by
EOtoday.com
กลับหน้าเมนู