หัวข้อข่าว: สัมภาษณ์จากนิตยสาร TV Pool

เห็นปกทีวีพูลฉบับนี้แล้ว อย่าตกใจ!! ว่า “ตุ้ย-ธีรภัทร์ สัจจกุล” และ “นิโคล เทริโอ” สองนักร้องดังค่ายยักษ์ใหญ่ “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” มาจับคู่กันได้ยังไง?

ไม่ได้มาผิดฝาผิดตัวหรอก! มาถูกคู่เลยล่ะ เพราะว่าตอนนี้ทั้งคู่ถูกเลือกให้เป็นพรีเซนเตอร์ต่อต้านการเล่นพนันฟุตบอลร่วมกันไงล่ะ

ก็อย่างที่รู้…มหกรรมฟุตบอลโลกคราวนี้คนไทยไม่ใช่แค่มีอาการฟีเวอร์เท่านั้นแต่ยังตั้งหน้าตั้งตาเล่นการพนันแกล้มฟุตบอลเสียด้วย เรียกว่าเล่นกันตั้งแต่เด็กเล็กยันผู้ใหญ่เชียว ว่าแล้วก็ลองมาฟังพรีเซนเตอร์ทั้งคู่พูดถึงเรื่องนี้กันหน่อย

นิโคล : “เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะคะ มันอยู่ใกล้ตัวเหลือเกิน แต่ไม่ค่อยมีใครสนใจ ซึ่งอันตรายมาก ทั้งๆที่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุนั้นง่ายมาก เพียงแค่ดูแลเอาใจใส่ลูกหลานหรือคนในบ้านให้ดี เราทุกคนจะต้องช่วยกัน คอยดูแลสอดส่องคนในครอบครัว ให้ความรู้ ความเข้าใจ ให้เวลากับบุตรหลาน รับฟังกันมากขึ้น หรือถ้าพบว่ามีคนในครอบครัวติดยาเสพติด หรือการพนัน ก็ต้องรีบช่วยกันหาทางแก้ไขด้วยวิธีการที่ถูกต้อง โดยการให้ความรัก ความอบอุ่น คอยเป็นที่ปรึกษาให้กับเขา และที่สำคัญ ต้องไม่แก้ปัญหาด้วยความรุนแรงค่ะ”

ตุ้ย : “ก็อยากจะให้เยาวชนไทยรู้จักคิด รู้จักรับผิดชอบหน้าที่ของตนเองมากขึ้น รู้จักใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจปัญหา แล้วก็ควรจะให้เวลาตัวเองแลพ่อแม่มากกว่านี้”

ในฐานะที่เป็นขวัญใจวัยรุ่น มองเด็กไทยเดี๋ยวนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ

นิโคล : กี้ว่าเยาวชนไทยในปัจจุบันกล้าคิด กล้าทำกันมากขึ้น แล้วยังรับเอาวัฒนธรรมของต่างชาติเข้ามามากขึ้น ซึ่งตรงนี้มันก็เหมือนเป็นดาบสองคม เพราะความกล้าที่มีมากขึ้นนี่ก็ดีตรงที่ ทำให้เยาวชนไทยรู้จักคิดเป็นทำเป็น แก้ใขปัญหาเป็น และสามารถตัดสินใจอะไรได้ด้วยตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็น ซึ่งบางทีอาจจะไปขัดแย้งกับผู้ใหญ่บ้าง และดูเหมือนว่ากำลังมีผลกระทบกับวัฒนธรรมของไทยเราด้วย เพราะสังคมไทยเรายังไม่พร้อมจะรับเอาวัฒนธรรมของต่างชาติมาใช้อย่างเต็มที่ คงต้องใช้เวลาสักพัก ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า”

ตุ้ย : “ผมว่าเด็กไทยเรารู้มากขึ้น คิดเป็นมากขึ้น ความสามารถเก่งขึ้น”

มาคุยเรื่องฟุตบอลโลกในเชิงสร้างสรรค์ดีกว่าเชียร์ทีมไหนกันบ้างล่ะ?

นิโคล : “ติดตามดูเกือบทุกคู่เลยค่ะ เชียร์หลายทีมมาก อย่าง เซเนกัล ตัวผู่เล่นก็มีความตั้งใจสูง ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีชื่อเสียง อีกทีมที่ชอบก็อังกฤษค่ะ ทีมนี้รวมบรรดาซูเปอร์สตาร์ที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี ผู้เล่นแต่ละคนมีความสามารถเฉพาะตัวสูง แล้วที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือผู้จัดการทีมมีไหวพริบดี รู้จักแก้ปัญหาในเกมการแข่งขัน”

ตุ้ย : “เชียร์ฝรั่งเศสแต่ตกรอบไปแล้ว ชั่วโมงนี้ผมเหลือบราซิล ผมชอบสไตล์บราซิลมากกว่าหลังจากก่อนหน้านี้เขาไม่ถูกมองเป็นเต็งหนึ่งนัดแรกๆ ก็ยังไม่ลงตัวเท่าไหร่ พอนัดสองนัดสามเขาเริ่มปรับตัวได้ น่าจะแกร่งขึ้นเรื่อยๆ”

เห็นทีมฟุตบอลเกาหลี-ญี่ปุ่น เขาโชว์ฟอร์มกันได้สวยสดงดงามเหลือเกิน คิดว่าจะมีวันของไทยแลนด์เราบ้างมั๊ย?

นิโคล : “ถ้าในความคิดของกี้ตอนนี้ กี้ว่าน่าจะอีกนานเหมือนกัน ทีมไทยคงยังไม่พร้อมที่จะลุยในศึกฟุตบอลโลก มีปัจจัยหลายๆ อย่างที่จำกัด เช่น งบประมาณที่ใช้ในการเตรียมทีมที่สูงมาก และประสบการณ์ในการแข่งขันของตัวผู้เล่นก็ยังน้อยอยู่ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสนะคะ ถ้าสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และทำอย่างต่อเนื่อง ความฝันของพวกเราคนไทยคงจะเป็นจริงได้ในไม่ช้านี้ค่ะ”

ตุ้ย : “ก็คงต้องมีสักวันหนึ่ง ที่ต้องเป็นวันของเรานะ”

จากเรื่องฟุตบอลก็มาว่ากันถึงเรื่องงานเพลงบ้าง เห็นไปโผล่แจมร่วมกับเพื่อนๆ อีกหลายคนในอัลบัม “พี่น้องร้องเพลง” ด้วย!!

นิโคล : “พี่ป้อม-อัสนี กับพี่โต๊ะ-วสันต์ เป็นศิลปินที่กี้ชอบมานานแล้ว พี่เขาเก่งมาก ทั้งแต่งเพลง ร้องเพลง และเล่นกีตาร์ ปลื้มมากๆ ค่ะ ที่ได้มาร้องเพลงของพี่เขาในอัลบัมนี้ โดยส่วนตัวแล้วก็ชอบเพลง ‘ยินยอม’ มาตั้งนานแล้ว เป็นเพลงที่เพราะมาก เนื้อหาดี มีความหมาย ส่วนการทำงานก็สนุกมากค่ะ เพราะมีพี่ๆ น้องๆ มาช่วยกันเยอะ รวมทั้งตุ้ยด้วย รู้สึกอบอุ่นมาก”

ตุ้ย : “ผมว่าเป็นชุดพิเศษ ชุดเฉพาะกิจ ที่ทำงานได้สนุกมาก เพราะว่าผมเป็นแฟนเพลงของพี่ป้อมอยู่แล้ว ตั้งแต่ ‘บ้าหอบฟาง’ แล้วเพลง I love you ก็เป็นเพลงในชุดสุดท้ายที่ได้ฟังก่อนไปเรียนนอก พอพี่เขาชวนก็รีบตะครุบเลย ดีใจจริงๆ รู้สึกว่าไม่ได้ไปร้องเพลง เหมือนไปมหกรรมเป็นความตื่นเต้น แต่ก็มีความกดดันว่า คนอื่นจะชอบเพลงที่เราร้องหรือเปล่า กลัวเขาจะเอาไปเปรียบเทียบว่าของเก่าดีกว่า”

ทั้ง “ตุ้ย” และ “นิโคล” ถูกมองว่าเป็นศิลปินดัง รู้สึกยังไงหากมีคนบอกว่าเราเป็นซูเปอร์สตาร์

นิโคล : “กี้ไม่อยากใช้คำว่าซูเปอร์สตาร์เลยค่ะ เพราะกี้ว่าตัวเองคงยังไม่ใช่ ซูเปอร์สตาร์ในความคิดของกี้นั้นไม่ง่ายเลยเพราะจะต้องเก่งมากๆ มีความสามารถสูงจริงๆ เป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ตัวจริง และมีผลงานดีเยี่ยมจนเป็นที่ยอมรับของแฟนๆ ทุกเพศทุกวัย อย่างพี่เบิร์ด พี่แอม พี่ใหม่ หรือพี่ช่ามากกว่าค่ะ เอาเป็นว่าสำหรับกี้ตอนนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งดีกว่าค่ะ”

ตุ้ย : “คิดว่าตัวเองก็เป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จกับความฝันที่ตั้งใจอยากจะทำงานเพลง ซึ่งเกินคาดมากไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องโด่งดังจนถึงขั้นเป็นซูเปอร์สตาร์หรอกครับ”

กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ยากลำบากแค่ไหน พอจะมีเคล็ดลับมาเปิดเผยเป็นแนวทางกันบ้างมั๊ย?

นิโคล : “ตรงนี้กี้ไม่สามารถบอกได้ละเอียดว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง มันขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล สำหรับกี้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เราต้องมีความตั้งใจจริง ต้องขยัน อดทน ตรงต่อเวลา และต้องรับผิดชอบงานของเราให้ดีที่สุด นอกจากนี้ก็ต้องมีสัมมาคารวะ รู้จักกาลเทศะ และต้องรู้จักเกรงใจคน หรือถ้ามีปัญหาก็พยายามหาทางแก้ไขโดยไม่ย่อท้อ”

ตุ้ย : “ก็คงต้องเป็นตัวของตัวเอง และตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด”

จากเรื่องงานก็มาล้วงลึกเรื่องส่วนตัวกันบ้างแต่เป็นเรื่องส่วนตัวแนวหวาน ถึงจะต่างคนต่างมา แต่ “ตุ้ย” และ “นิโคล” ก็มีบางอย่างคล้ายกันนั่นก็คือมีข่าวพัวพันกับคนชื่อ “อ้อม” เหมือนกันเดี๊ยะเลย

สำหรับข่าว “นิโคล” มีข่าวแซวๆ กับสาวห้าว “อ้อม-สุนิสา สุขบุญสังข์” ขณะที่ “ตุ้ย” ก็มีเรื่องข่าวกับนางเอกคนดัง “อ้อม-พิยดา อัครเศรณี” ไม่ทราบว่ามีผลกระทบกับตัวเองขนาดไหน

นิโคล : “ก็มีเหมือนกันนะคะ ช่วงแรกๆ ที่มีข่าวจะตกใจ แล้วก็คิดมาก เพราะกี้เป็นคนเซ็นซิทีฟ แต่ตอนนี้สบายแล้วค่ะ ไม่ค่อยมีผลกระทบเท่าไหร่ เพราะตัวเราเองก็รู้ว่าอะไรคืออะไร เราทำอะไรอยู่ ทางผู้ใหญ่และทางครอบครัวก็เข้าใจในตัวเรา แล้วที่สำคัญ แฟนๆ ที่ติดตามผลงานของเราก็เข้าใจ แค่นี้กี้ก็มีความสุขแล้วค่ะ”

ตุ้ย : “ผมเฉยๆ มันเป็นเรื่องปกติ อาจเป็นเรื่องจำเป็นด้วยซ้ำ อย่างน้อยผมมองในมุมของการทำงาน ตรงนี้ต้องทำใจให้กว้างไว้ ที่อาจจะมีข่าวบางข่าวซึ่งบางทีจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง บางทีก็อาจจะงงบ้าง มันก็เป็นเสน่ห์ของข่าว แต่จริงๆเราทำงานตรงนี้ก็ต้องทำใจบ้าง บางทีมันก็มีหงุดหงิดบ้าง เป็นปกติของมนุษย์ แต่ก็ต้องทำใจ”

ในฐานะที่เป็นคนของประชาชน ทำใจได้อย่างนี้ก็ดีแล้วล่ะ งั้นขออีกหน่อยเถอะ ทัศนะเรื่องของความรักเป็นยังไงบ้างล่ะ

นิโคล : “ความรัก กี้ว่ามันเป็นสิ่งที่ดีนะคะ ที่เขาว่าคนที่มีความรัก ก็จะมีความสุข กี้เห็นด้วยนะคะ มันเป็นกำลังใจที่สำคัญ เพียงแค่เรามีความรักให้แก่กัน ความรักที่มีให้คุณพ่อ คุณแม่ เพื่อนๆ หรือคนรอบข้าง ก็ทำให้เรามีความสุขได้ ถ้าความรักมันไม่เป็นอย่างที่เราหวังไว้ ก็ควรยอมรับ และทำความเข้าใจกับมัน แน่นอนว่าอาจจะต้องเศร้า ต้องเสียใจบ้าง แต่สัพักหนึ่งก็จะหายไป สิ่งที่ผ่านไปจะทำให้เราแกร่งขึ้น กี้ว่าการที่ได้รัก และถูกรัก เป็นสิ่งที่น่ายินดีค่ะ ความรักทำให้โลกนี้สวยงาม และน่าอยู่มากขึ้นค่ะ”

ตุ้ย : “ผมว่าเป็นสิ่งที่ออกแบบไม่ได้ ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเอง มันลุ้นไม่ได้ มันดีไซน์ไม่ได้ มันต้องเกิดขึ้นเอง ไปขีดเส้นไม่ได้”

มีสเป็คไหมกับคนที่จะมาเป็นแฟนเราเนี่ย

นิโคล : “ไม่ค่ะ กี้ไม่เคยมีสเป็คเลยค่ะ ไม่ได้คิดว่าคนๆ นั้นจะต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ขอเพียงให้เขาเข้าใจเรา ยอมรับ และให้เกียรติเรา และรักเราจริง แค่นี้ก็พอแล้วมั้งคะ”

ตุ้ย : “สเป็คตอบยาก ผมไม่ค่อยคิดว่าการวางสเป็คจะเหมาะกับผมสักเท่าไหร่ อยู่ที่แนวคิดและเสน่ห์ของคนข้างในมากกว่า ผมไม่ได้วางอะไรไว้ครับ แค่นิสัยใจคอเข้ากันได้ก็เกินพอแล้ว ชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน”

ประสาเพื่อนร่วมค่าย คงจะสนิทสนมกันพอสมควร ไหนลองเผา เอ๊ย ! ลองพูดถึงกันและกันให้แฟนๆ ฟังหน่อยซิ

นิโคล : “กี้ว่าตุ้ยเป็นคนเก่งนะ มีความสามารถหลายด้าน ทั้งร้องเพลง เล่นดนตรี และงานแสดง กี้เคยติดตามผลงานของตุ้ยอยู่เหมือนกัน เขาทำได้ดี อย่างงานละครเขาก็เล่นได้เป็นตัวละครตัวนั้นจริงๆ ส่วนงานเพลงก็ออกมาเป็นตัวเขานะคะ ง่ายๆ สบายๆ แฝงความขี้เล่นนิดๆ เท่าที่รู้จักกัน กี้ว่าตุ้ยเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก และเป็นสุภาพบุรุษมากค่ะ”

ตุ้ย : “ผมว่ากี้เขาเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ที่เก่งทีเดียวครับ เขาทำหน้าที่นักร้องได้ดีมากเลย”

ไหนๆ ก็มาเยือนถึงถิ่น ขอฟังคำอวยพรวันเกิด “ทีวีพูล” จากปากหนุ่มหล่อสาวสวยหน่อยสิ

นิโคล : “กี้ก็ดีใจด้วยนะคะ ที่ทีวีพูลอายุครบ 12 ขวบ ก้าวเข้าปีที่ 13 แล้ว ก็ขอให้ทีวีพูลอยู่คู่กับคนไทยอย่างนี้ไปนานๆ นะคะ”

ตุ้ย : “ก็ขอให้โชคดีในการสร้างสีสันให้กับวงการบันเทิงนะครับสมกับเป็นปีแห่งลักกี้นัมเบอร์”

ขอบคุณจ้า ! พวกเราชาวทีวีพูล ก็ขออวยพรให้ทั้งคู่ลงเอยกับคนใกล้ตัวด้วยดีนะจ๊ะ !!


Brought 2U by
TV POOL

กลับหน้าเมนู