| หัวข้อข่าว: สัมภาษณ์นิตยสาร สไตล์วาไรตี้ |
บุษบาพันธุ์ใหม่ที่มากับหัวใจพันธุ์ดุ
นิโคล หรือนิกกี้ สาวเสียงใสลูกครึ่งไทยอเมริกัน เจ้าของฉายา บุษบาหน้าเป็น
จบปริญญาตรีทางด้านศิลปศาสตร์และทางด้านธุรกิจ พร้อมๆกัน 2 ใบ จากวิทยาลัยโคลัมเบีย
ชิคาโก สหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นเธอกลับมาอยู่เมืองไทย
ด้วยใจรักการร้องเพลงจึงเข้าร่วมการประกวดในโครงการสตาร์เซิร์ทเพื่อค้นหานักร้อง-นักดนตรีหน้าใหม่
เธอคว้ารางวัลชนะเลิศจากการประกวดครั้งนี้
จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นการเป็นนักร้องของเธอ งานแรกของนิโคลคือ ร้องเพลงประกอบละคร
เงามรณะ เมื่อปี 2540
ปี 2541 นิโคล ออกอัลบั้มชุดแรกใช้ชื่อว่า กะโปโลคลับ
ได้รับการต้อนรับอย่างมากมาย จนสามารถขยับขึ้นไปอยู่ในระดับแถวหน้า
ของนักร้องหน้าใหม่ ตามมาด้วยอัลบั้มชุดที่สองของเธอในปี 2542 ที่ใช้ชื่อว่า
บุษบาหน้าเป็น หรือ FUNNY LADY ต้นปี 2544
หลังจากประสบความสำเร็จสูงสุดจากการรวมตัวกันของผู้หญิง 7 คน Seven
นิโคลก็หันกลับมาทำงานเพลงของตัวเองบ้าง ด้วยการออกอัลบั้มสากลชุดแรก Another Part
Of Me งานเพลงใหม่สไตล์อะคูสติกพ็อพที่น่าฟัง
กลางปี 2544 นิโคลมีอัลบั้มพิเศษ PLAY TIME เป็นเพลงสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก
โดยได้ 4 ศิลปินตัวน้อยๆ จากสถาบันดนตรีมีฟ้ามาร่วมร้องเพลงกับเธอ
แล้วจากนั้นในเดือนต.ค.ปีเดียวกัน นิโคลเปลี่ยนโฉมตัวเองจากผู้หญิงหวานใสกลายเป็น
นิโคลพันธุ์ดุ
พันธุ์ดุ ก็เข้าใจง่ายๆ ว่าดุค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าดุแล้วนะ
ไปโกรธใครมาแล้วมาออกเทปมาสื่ออารมณ์ในเพลง เป็นแค่คอนเซ็ปต์ของเพลงชุดนี้
เหมือนการสะท้อนภาพของนิโคลในอีกมุมหนึ่งน่ะค่ะ เป็นมุมที่เข้มแข็ง แข็งแรง
เพราะว่าจริงๆแล้วโดยส่วนตัวของนิโคลก็จะชอบออกกำลังกาย เล่นกีฬาที่โลดโผนหน่อยค่ะ
อย่างเจ็ทสกี ดำน้ำ ศิลปะป้องกันตัวไอคิโดะ อะไรพวกนี้อยู่แล้ว ซึ่งนิโคลก็ชอบนะคะ
เพราะว่าจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ จากอีกมุมๆนึงของนิโคลที่ต่างไปจากเดิมน่ะค่ะ
พร้อมๆกันนั้น เธอก็มีโอกาสรับงานละครโทรทัศน์เป็นครั้งแรกของเอ็กแซ็กท์ เรื่อง
รัน! รักอันตราย โดยรับบทเป็นนางเอกคู่กับพระเอกอย่างศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง
จริงๆมีการคุยกันไว้ตั้งแต่ทำเทปอัลบั้มแรกแล้ว คุยกันมานานมาก
แต่งานยุ่งมากคิวไม่ได้ ติดอัลบั้มบ้าง ติดคิวคอนเสิร์ตทัวร์ต่างจังหวัดบ้าง
จนกระทั่งมีช่วงนี้แหละที่พอจะมีเวลาว่างอยู่ช่วงนึง แต่ก็เป็นเวลาสั้นๆไม่เยอะมาก
เลยทำออกมาเป็นละครซีรีส์ 9 ตอนจบ แต่ก็ดีใจที่ได้ลองเล่นครั้งนี้
ส่วนความรู้สึกก็สนุกมากค่ะ ถ้าไม่สนุกคงไม่ไหว
อย่างเวลาเราโปรโมทเทปนี่มันทุกวันอยู่แล้ว มีถ่ายมิวสิควีดีโอซึ่ง 2-3
วันติดกันอยู่แล้ว แต่ถ่ายละครนี้ตารางของเค้าจะเป็น 4 วัน 4 วันนี้ก็คือ
6โมงเช้าถึง ตี1 ตี2 ตี3 ก็ว่ากันไป ตรงนี้มันบังคับไม่ค่อยได้
เพราะว่ามันแล้วแต่อะไรหลายๆอย่าง ทีนี้พอ 4 วันละครปุ๊ป อีก 3
วันก็ถ่ายมิวสิควีดีโอ เข้าห้องอัดด้วย กี้ก็เลยทำงาน 7 วัน 7
คืนมาเป็นเวลาหลายๆเดือน แต่มันสนุกตรงที่ว่าได้เป็นคนอื่น
ถ้าเราอินกับบทและตัวละครแล้วมันจะสนุกมาก
แล้วตอนเช้าถึงแม้ว่าร่างกายจะไม่ไหวแล้วแทบจะต้องอุ้มไปที่กองถ่าย
แต่ว่าใจมันอยากไปเจอกับทีมงาน อยากจะไปเล่นต่อ
เดี๋ยววันนี้เราจะต้องเจอซีนนี้แล้วนะ กี้ก็ ok ค่ะพี่
แต่ถ้าพูดถึงความรู้สึกที่มีต่องานเพลงและงานละคร
กี้เริ่มจากงานเพลงจึงถนัดมากกว่า พอมาลองสัมผัสงานละครเลยรู้สึกว่ายาก
เพราะกี้ยังใหม่ในการแสดง แต่ในขณะเดียวกันความยาก ความตื่นเต้น
มันเป็นแรงบันดาลใจให้กี้มีความรู้สึกอยากที่จะเรียนรู้ว่าเค้าทำละครกันยังไง
เราต้องแสดงและรู้สึกแบบไหนถึงจะเข้าถึงบทที่เราได้รับ
งานละครแตกต่างจากการร้องเพลงมาก เวลาร้องเพลงกี้จะเป็นตัวของตัวเอง
แต่เวลาเล่นละครเราต้องสลัดความเป็นตัวเองทิ้งไป
ต้องรู้สึกต้องพูดและแสดงให้เป็นตัวละครนั้นให้ได้
ส่วนเรื่องการโกอินเตอร์เหมือนนักร้องคนอื่นนั้น เธอบอกว่า
โลกตอนนี้น่ากลัวค่ะ
ไม่รู้ซิคะ (หัวเราะ) กี้ไม่อยากบินไปบินมาช่วงนี้ อยู่เมืองไทยเซฟสุดแล้วกี้ว่านะ
คือสนุกกับงานตรงนี้ อย่าไปมองอะไรที่มันใหญ่โตมโหฬาร กี้ว่ามองแบบใกล้ๆ
เอาวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วชุดนี้ก็พยายามทำออกมาให้ดีที่สุด แล้วก็ค่อยเป็นค่อยไป
สนุกกับงานตรงนี้มากกว่า ถ้าเรามัวแต่นึกไปถึงเรื่องโกอินเตอร์
มันไม่ค่อยมีความสุขค่ะ
และเมื่อถามถึงเรื่องความรักตอนนี้เป็นไงบ้าง เธอตอบทิ้งท้ายกับเราว่า
จริงๆแล้วกี้ก็เหมือนกับคนปกติธรรมดาทั่วไป ที่อยากมีความรัก ซึ่งกี้รู้สึกว่า
การที่จะรักใครสักคน เราจะต้องมองหลายๆอย่าง ไม่ใช่คิดว่าความรักอย่างเดียวก็พอแล้ว
มันไม่ได้ค่ะ แต่ถ้าจะให้บอกว่ามีแฟนแล้ว มันก็คงไม่ใช่อีก
เพราะกี้ยังไม่อยากปิดตัวเองค่ะ อยากจะเปิดโอกาสให้กับตัวเอง และคนอื่นด้วย
Brought
2 U by
สไตล์วาไรตี้
กลับหน้าเมนู