หัวข้อข่าว: ‘นิโคล’พันธุ์ดุ...จริงๆนะแข็งแกร่งโต้คลื่นข่าว

พอส่งอัลบั้ม "นิโคล : พันธุ์ดุ" มาทักทายแฟนเพลงไปบ้างแล้ว กระแสตอบรับกลับมาที่นักร้องสาว "นิกกี้"นิโคล เทริโอ แห่งค่ายแกรมมี่ แกรนด์ ก็พอจะพิสูจน์กันได้ว่าคะแนนนิยมยังกระฉูดอยู่ โดยเฉพาะภาพลักษณ์ใหม่กับคอนเซ็ปต์สาวพันธุ์ดุ ที่แฟนๆ ฮือฮากันไม่น้อย

ชื่อ'นิโคลพันธุ์ดุ'ดูโหดไปไหม

นิโคล - "ไม่ตั้งใจให้โหด ถ้านิโคลดุมันจะแรงแต่พอมีคำว่าพันธุ์ สำหรับกี้มันเป็นออกตลกนิดๆ แล้วโผล่มาจากน้ำอีกต่างหาก ทำเพื่อให้มีคำถามอันนี้ ซึ่งกี้ก็โดนถามเยอะ มันก็คือถูกต้องอย่างที่ต้องการแล้วเพราะเวลาที่เราทำอะไรอยากให้มีคำถาม ถามปุ๊บมันก็คือจุดสนใจ"

แฟนเพลงว่ายังไงบ้าง

นิโคล - "วันแรกที่วางแผงมาที่ตึกแกรมมี่ จะมีกลุ่มที่ตามกี้ มาให้เซ็น เขาก็ชอบกัน เฮ้ยพี่กี้มันมากมินิซีรี่ย์ของพี่ ทำไมพี่กี้ต้องเปิดจากน้ำด้วย แต่โดยรวมๆ เขาชอบ ฟังเพลงก็ชอบ ละครเขาก็บอกว่าสนุกดี"

ต้องออกอัลบั้มชนกับศิลปินหญิงวัยรุ่นเยอะรู้สึกอย่างไรบ้าง

นิโคล - "กี้ว่าคึกคักดีออกเพราะว่าก่อนที่กี้มาเป็นนักร้องกี้ก็เป็นผู้บริโภคคนหนึ่ง ซึ่งพอมีช่วงหนึ่งที่ไม่มีใครออกมาเลย มันก็เซ็ง พอออกมาเยอะ มันก็ขึ้นอยู่ที่เราว่าเราจะซื้อใคร ชอบใคร มันคือเป็นอิสระของเรา ซื้อ หรือว่าไม่ซื้อจะฟังอย่างเดียว มันเป็นบรรยากาศที่คึกคัก แล้วกี้ชอบ กี้เห็นว่าไม่ใช่การแข่งขัน ในเรื่องของธุรกิจ การตลาด การแข่งขันเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่ทำให้แต่ละฝ่ายพัฒนา ถ้าไม่มีการแข่งขันทุกสิ่งทุกอย่างมันก็คงเดิม ไม่มีการพัฒนา แต่ในเรื่องของนักร้องด้วยกัน จริงๆ แล้วค่ายเดียวกันหรือคนละค่ายมันก็หัวอกเดียวกัน มันคือนักร้องด้วยกัน เจอปัญหาหรือเจอสิ่งที่ตอบแทนมามันก็เจอหมือนกันหมด ส่วนการจับมาชนกันนั้นมันก็ทำให้คึกคัก สนุกสนาน แต่คนที่ทำงานตรงนี้จะเข้าใจว่ามันก็เป็นธรรมชาติของวงการ"

เดินทางมาเส้นทางของดนตรีทุกวันนี้พอใจไหม

นิโคล - "พอใจนะ พอใจมากๆ พอใจถึงที่สุดกับร้องเพลง แล้วยิ่งมาเล่นละครซึ่งเสียดายเวลาไม่มีจริงๆ อาจจะยาวกว่านี้ ละครถ้าจะให้สบายๆ ต้องมีสต๊อก ได้แค่นี้ 9 ตอน มีโอกาสอยากเล่นยาว กี้ชอบมาก หลงรักไปแล้ว เหมือนกับว่าในวงการนี้มีอีกอย่างหนึ่งที่ทำแล้วมีความสุข ถึงแม้ว่าเหนื่อยมากแต่ก็มัน ละครมันมีเสน่ห์มาก มันบอกยาก มันเหนื่อยมาก ตื่นตี 5 แล้วไปไหนก็ไม่รู้ เปลี่ยนสถานที่ไปตลอด เสน่ห์คือมันผูกพันมากๆ กับทีมงาน มันอยู่ด้วยกันเยอะ แล้วก็ได้เป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เรา"

ส่วนมากกี้มักจะถูกจับตามองตลอดรู้สึกเบื่อบ้างหรือเปล่า

นิโคล - "ไม่เบื่อนะคะ มันมีหลายอารมณ์ กี้ว่าขำนะดีที่สุด เห็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาตินะดีที่สุด กี้จะตื่นเช้ามาอยู่บนหน้าหนึ่ง ตอนแรกตกใจ เรื่องอะไรพี่ อ๋อ โอเค คือจะมีคนโทร.มาบอก อะไรอย่างนี้ อ๋อโอเคพี่ อ๋อเหรอ กี้มีแฟนเป็นคนนั้นเหรอ ฮะ ฮะ ฮะ คือมันเป็นแบบว่า มันก็จะขำดีกว่า หรือถ้าใครสงสัยอะไร คนที่ใกล้ตัวกี้ ก็จะถามกี้ได้ แล้วกี้ก็จะบอกว่ามันเป็นยังไง"

มีวิธีไหนทำให้เราก้าวเดินไปในชีวิตของเราอย่างมีความสุข

นิโคล - "ทำตัวปกติมากๆ ค่ะ กี้อยากไปไหนก็ไป กี้อยากเดินเล่นที่ไหนกี้ก็ไปเดิน ถ้ากี้มีเวลาได้ดูหนังหนึ่งเรื่องกี้ไปดูหนังเลยเพราะว่า คือเหมือนกับว่าเราก็อยากไปนั่งดูโรงหนังจอใหญ่ๆ หนังดีๆ แทนที่จะไปเช่าวิดีโอดูอยู่ที่บ้าน ถ้าเรามีเวลานะ แต่ว่าเราก็ต้องบอกตัวเองด้วยว่า พอเราไปเราต้องอารมณ์ประมาณหนึ่งนะ เราก็ต้องพร้อมที่จะเจอ สมมติว่าถ้าใครเข้ามาหา เราก็ต้องต้อนรับเขาด้วยนะ ไม่ใช่เป็นแบบไม่อยากเจอใครเลยแต่จะไปดูหนัง มันก็ไม่ได้ มันก็คือมีตรงนี้พิเศษขึ้นมาสำหรับคนที่อยู่ในวงการ"

อย่างข่าวของกี้จะมีทั้งลบและบวกโดยส่วนตัวแล้วคิดเห็นอย่างไรบ้าง

นิโคล - "โอ๊ยธรรมดาค่ะ ธรรมดามากๆ แล้ว ไม่ถามสิจะตกใจ เพราะว่าเป็นกี้ กี้ก็อยากรู้นะ คืออย่างกี้ก็อ่านหนังสือดาราภาพยนตร์ ฮอลลีวู้ด กี้ก็อยากรู้เรื่องส่วนตัวของเขามากๆ เหมือนกัน เพราะว่าผลงานหรืออะไรมันเห็นชัดอยู่แล้ว ถ้าเราสนใจนักแสดงหรือนักร้องคนนี้เนี่ยถ้ามันมีเรื่องส่วนตัวที่แบบที่มันสามารถรู้นิดนึงมันก็แบบว่า มันก็ดี แต่ก็ต้องเข้าใจนะคะว่าถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวคนที่ถามมีสิทธิ์ถามอยู่แล้ว ส่วนคนที่ถูกถามก็มีสิทธิ์ที่จะตอบหรือไม่ตอบก็ได้ มันก็คือว่าพบกันครึ่งทางนะคะ"

มีผลกระทบกับตัวเองบ้างไหมกับข่าวในแง่ลบ

นิโคล - "กี้เป็นคนที่เซ้นซิทีฟนะคะ เพราะกี้รู้ว่ากี้เป็นคนยังไง ไม่ใช่ว่ากี้ไม่รับรู้หรือว่ากี้หลอกตัวเองหรือว่าจะฟังแต่สิ่งดีๆ ไม่ใช่ คือเราต้องดูแลตัวเองอะไรที่มันไม่ใช่ความจริง สักพักเดี๋ยวมันก็เงียบไปเอง กี้จะพยายามไม่ไปอินกับข่าว เพราะพออินกับข่าวแล้วเนี่ยใครเหนื่อย กี้เหนื่อย แต่ใครยังต้องทำงานอยู่ ใครยังต้องเจอผู้คน ใครยังต้องอยู่ตรงนี้แล้วมีความสุขอยู่ตรงนี้ ก็คือตัวกี้เอง กี้จะต้องดูแลตัวเอง ก็คือจะต้องใช้วิธีนี้"

วันแรกที่มีข่าวในแง่ไม่ดีกับ ณ วันนี้ มีความรู้สึกต่างกันไหม

นิโคล - "เออ ก็ต่างเพราะว่าแรกๆ มันก็ยังไม่เข้าใจ กว่าจะมาพูดอย่างนี้ได้ก็คือว่าเราต้องเข้าใจก่อนว่ามันต้องทำยังไง ดูแลตัวเอง มันก็คือตกใจว่ามันไม่จริงว่าอะไร ทำไม พอมีคำถามก็จะเก็บไปคิดมาก พอสักพักก็ปล่อยมัน อย่างที่เป็นมาเรื่องมันก็เงียบไปเอง มันเป็นกระแสหรือเป็นอะไรที่มันจะมีไฮไลต์แล้วก็เฟด ไฮไลต์แล้วก็เฟด เราจะไปขึ้นลงเหมือนคลื่นเราก็เมาตายพอดี ก็เลยเฉยๆ ดีกว่า"

มีอะไรที่เป็นกำลังใจให้เราบ้าง

นิโคล - "ครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ ทีมงาน โดยเฉพาะพี่ๆ ที่แกรมมี่ แกรนด์ สนิทกันมากๆ มีอะไรกี้ไม่เก็บอยู่แล้ว เหมือนว่าเราต้องดูแลกัน มันไม่ใช่แค่ทำงานเพราะว่าเป็นนักร้องบางทีเรื่องส่วนตัวมันก็ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ก็เลยเป็นกำลังใจ เป็นตัวช่วย"

ข่าวทำให้ดังกี้รู้สึกอย่างไร

นิโคล - "ก็จริง มันต้องอยู่ควบคู่กันไป มีข่าวดีเราดีใจ ข่าวไม่ดีเราเซ็งแต่ต้องคิดว่ามันก็คือข่าว ต้องแฟร์ๆ กี้ถือว่ามีข่าวดีมากก็ไม่ถือว่าตัวลอย อินไปกับข่าว หรือมีข่าวร้ายก็ถึงกับลุกไม่ขึ้น มันไม่ใช่ก็คือ เราต้องอยู่ด้วยกัน มันก็ต้องมีข่าวดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เป็นเรื่องปกติธรรมดา"

พอมีข่าวเยอะกับทั้งผู้ชาย ผู้หญิง คนจะมองว่ากี้เป็นคนเจ้าชู้

นิโคล - "เจ้าชู้เหรอ ไม่เห็นมีใครเลย วันๆ ยังนั่งเซ็งอยู่เลย เจ้าชู้ตรงไหน บางทีถูกจับคู่ก็เข้าใจ บางทีถูกจับคู่ปุ๊บมันก็เลยกลายเป็นจดจำว่าเราเป็นกับคนโน้นแล้วมาจับคู่กับคนนี้อีกแล้ว เลยกลายเป็นเจ้าชู้ บอกตรงๆ นี่ก็เหงา โสด ยังไม่มีใครถึงทุกวันนี้ ไม่เจ้าชู้ค่ะ"

มุมมองเรื่องความรักยังเหมือนเดิมไหม

นิโคล - "ก็ยังเหมือนเดิม ความรักเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ใช่สิ่งที่รอคอยมันมาเดี๋ยวมันก็มาเอง ถึงรอก็ไม่ไหว มีความรู้สึกว่ามันเหมือนการตั้งความหวัง ไม่รอดีกว่า ถ้ามาเดี๋ยวมาเองแหละ"

รู้สึกอย่างไรกับคำว่า 'อกหักดีกว่ารักไม่เป็น'

นิโคล - "เชื่อมากๆ คิดว่าคนเราเกิดมาได้รักคนคนหนึ่ง ได้รักเลย ได้รู้ถึงความหมายอันนี้ แม้ไม่อยู่ด้วยกันหรือแต่งงานมีลูกก็คุ้มแล้วแหละที่ได้รู้จักความรู้สึกตรงนี้เพราะว่าบางคนอาจจะไม่เคย ก็แล้วแต่แต่ละคน"

เรื่องการแต่งงานกี้เคยคิดไหม

นิโคล - "มันมีตลอด แต่ไม่ได้ตั้งเวลาว่าเมื่อไหร่กับใคร ต้องเป็นแบบนี้ แต่ต้องมีในอนาคตแน่ๆ แต่ถ้าไม่มีกี้ก็จะไม่ฝืนเพราะว่าตอนนี้ยังมีความสุขกับตรงนี้ มีอะไรขาดหายก็เรื่องหนึ่ง แต่ตอนนี้กี้เต็มเปี่ยมไปด้วยงาน แล้วก็เทป ละคร ก็เลยโอเค ไม่คิดอะไรมากมายเรื่องนี้"

ก้าวต่อไปทั้งเรื่องงานและชีวิตของเราจะเป็นยังไง

นิโคล - "กี้อยากเล่นละครอีก อยากให้มีเวลากับการแสดงมากกว่านี้เพราะว่าที่ผ่านมา กี้ไปเรียนการแสดงแค่ 2-3 ครั้ง มันได้แค่ทฤษฎีมา แต่ว่าถ้าจะเล่นให้เก่ง มันต้องปฏิบัติ กี้เริ่มเข้าใจเรื่องการแสดงเยอะแล้ว ละครปิดกล้องไปแล้วแต่เราก็ยังไม่อยากจบ กี้ยังอยากเล่นอีกจะพัฒนาได้แค่ไหน เพลงอยากทำเรื่อยๆ อยากทดลองทำโน่นทำนี่ในเรื่องของเพลง วิธีการนำเสนอออกมาให้มีความหลากหลาย"

กะเทาะหัวใจของสาว "นิโคล เทริโอ" มาถึงตรงนี้ แฟนๆ ที่รอจะได้สัมผัสกับ "นิโคลพันธุ์ดุ" อย่างใกล้ชิดคงสมใจกันแล้ว


Brought to you by
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
ฉบับวันที่ 3 พ.ย. 44

กลับหน้าเมนู