| หัวข้อ: สัมภาษณ์จาก IKAZZ |
จับเข่าคุยกับ นิโคล เทริโอ

วันนี้ IKAZZ มีนัดกับสาวหน้าใสคนหนึ่งครับ จากผลงานชุดที่แล้วเธอคนนี้ออกมาเปิดเผยชื่อจริงของตัวเองได้อย่างน่ารักน่าชัง แต่ล่าสุดเธอก็เพิ่งมีละครและผลงานเพลงชุดที่สามออกมาให้แฟนๆ ได้ชื่นชมกัน ด้วยอิมเมจที่ดูมั่นใจ คล่องแคล่วมากกว่าเดิม ใช่แล้วครับ IKAZZ กำลังพูดถึง นิกกี้-นิโคล เทริโอ หรือ "รัน" จากละครสั้น บู๊ล้างผลาญมาตรฐานตะวันตกอย่าง "รัน รักอันตราย" ซึ่ง IKAZZ ได้นัดเธอไว้ที่ชั้น 31 ตึกซีมิค แหล่งบัญชาการของแกรมมี่ ซึ่งด้วยความตื่นเต้นที่ได้พูดคุยกับนักร้องสาวคนนี้ เราจึงมีอะไรอยากถามเธอเยอะไปหมด ซึ่งรับรองว่าเพื่อนๆ น่าจะถูกใจ เพราะครบรส ทั้งเรื่องละคร งานพลงชุดใหม่ และประเด็นเกี่ยวกับสังคมมาให้อ่านกันด้วย ว่าแล้วก็อ่านกันได้เลยครับ
สวัสดีครับนิโคล เรามาเริ่มคำถามแรกเลยนะครับ ชุด "นิโคลพนธุ์ดุ" นี่ห่างจากชุดก่อนนานเท่าไหร่ครับ
กี่ปี? ชุดเต็มๆ ก็เกือบ 2 ปีค่ะ จาก "บุษบา" ใช่ไหมคะ เกือบ 2 ปี
นานหรือยังครับ ที่เริ่มพูดคุยถึงการทำอัลบั้มชุดนี้
ชุดนี้เป็น ก็คือ เราวางกันมานานแล้วค่ะ เพราะว่าหลังจากบุษบาก็พักแป๊บนึง ก็มาทำพวกเซเว่น พวกชุดสากลอะไรอย่างนี้อ่ะค่ะ พอจบตรงนั้นก็วางแพลนเรื่องของชุดนี้ ก็ถ้าจะรวมเวลาทั้งหมดตั้งแต่พูดคุยกันก็ ไม่น่าจะต่ำกว่าครึ่งปีค่ะ ไม่รวมถึงการ
ในห้องอัดอะไรอย่างนี
การทำงานในชุดนี้เริ่มมาจากตรงจุดไหนก่อนครับ
ชุดนี้ก็เริ่มตั้งแต่ยังไม่มีอะไรเลยอ่ะค่ะ เพราะว่าชุดก่อนๆ อย่างชุดแรกเนี่ยเราก็ยังเป็นคนใหม่ในวงการอะไรอย่างเนี้ยก็ พี่ๆ ให้ทำอะไรก็ทำ แล้วก็ชุดนี้ก็มีการพูดคุยกันก่อน อย่างเช่นก็จะไปนั่งเล่นบ้านของพี่ๆ โปรดิวเซอร์อะไรอย่างนี้ค่ะ ไปนั่งกินข้าว ไปคุยกัน ไปคิดไอเดียกัน แล้วก็เริ่มจากศูนย์อ่ะค่ะ แล้วก็เกิด "ฉันก็สู้คน" ขึ้นมา มันเป็น
พี่ดี้ๆ ถามว่า "กี้ๆ อยากได้เพลงแบบไหน" กี้ก็บอกว่า "กี้อยากได้ที่มันไม่ใช่ร้องเพลง มันเป็นแบบบ่นๆ อ่ะ แต่ไม่ใช่แร็ปด้วย กึ่งร้องกึ่งพูดแต่ไม่ใช่แร็ป ไม่ใช่ฮิปฮอป" พี่ดี้เขาก็ "จะเอาอะไรเนี่ย (หัวเราะ) เธอจะเอาอะไรจากฉันมากมายเนี่ย คิดไม่ออกเลยเนี่ย" เขาก็หยิบกีตาร์ขึ้นมา มาเคาะๆ เคาะไปเคาะมาก็กลายเป็นทำนองอันนี้ ซึ่งถ้าฟังในเพลงมันก็จะเป็น บ่นอ่ะนะคะ ก็จะ (ร้องเร็วๆ จับใจความไม่ได้) ก็พูดเร็วๆ บ่นๆ แต่ไม่ใช่แร็ป แล้วอยู่ดีๆ ก็จะ (ร้อง) "ฉันก็สู้คนคะ" อะไรอย่างเนี่ย แล้วหลังจากนั้นเนี่ยก็กลายเป็นคอนเส็ปต์ขึ้นมาว่า อยากได้บ่นใช่ไหม ก็เป็นพันธุ์ดุไปเลยแล้วกัน
มัน "ดุ" อย่างไรเหรอครับ
เอ่อ พันธุ์ดุนี่ก็ ให้เข้าใจง่ายๆ ว่า ดุอ่ะ ออกมาแบบดุ แต่ไม่ใช่ว่า ดุแล้วนะ ไม่ใช่ว่าแบบไปแหม โกรธใครมาแล้วมาออกเทป มาสื่ออารมณ์ในทางเพลง อะไรอย่างนี้ มันไม่ใช่ มันเป็นแค่คอนเส็ปต์ของงานชุดนี้ว่า ชุดแรกเราก็เป็นกะโปโลไปแล้ว ชุดสองเราก็เป็นหน้าเป็นแบบตลกๆ ไปแล้ว ชุดสามก็เอาเป็นอบบนี้บ้าง ในๆ ทำอะไรที่คนที่ยังไม่เคยเห็น
เกี่ยวกับลุคด้วยหรือเปล่าครับ
ดนตรีด้วย เพราะว่าจากที่ "ฉันก็สู้คน" นะคะ ก็เป็นฟิลด์นั้นไปแล้ว ก็เอาเป็นลุคด้วย เอาเป็นคอนเส็ปต์ด้วย จะได้มีอะไรทำเยอะๆ จะได้มินิซีรี่ส์เป็นแอ๊คชั่นบู๊ๆ ซึ่งจริงๆ แล้วเนี่ย ตามเราจะมีแผ่นตัดส่งออกไปก่อน ซึ่งในแผ่นตัดที่ให้ดีเจจะเขียนว่า "คนนี้พึ่งจะมาพยายามดุ" ก็คือไม่ได้จะมาดุมาเข้มมาอะไร แต่ว่าจะพยายาม แล้วในมินิซีรี่ส์มันก็จะเห็นว่า เราเอาหนังฮอลลีวูดแอ๊คชั่นต่างๆ เนี่ยมาเลียนแบบ แล้วคือจริงๆแล้วมันคือตลก ว่ามันก็มีพลาดมีอะไร อย่างตกสลิง ตกอะไรอย่างเนี่ย คือพยายามที่จะเข้ม พยายามมากๆ (หัวเราะ)
แล้วเสียงฟีดแบกเป็นยังไงบ้าง
ก็จากที่ได้ยินมานะคะ เพราะวันที่วางแผงเทป กี้อยู่ที่นี่ แฟนเพลงก็มาซื้อเทปกันที่นี่ ข้างล่างอะไรอย่างนี้ก็ ให้กี้เซ็นอะไรอย่างนี้ เซ็นซีดี เขาก็ชอบกัน เขาก็ตกใจว่าพี่กี้โผล่มาน้ำ ซึ่งชุดสองก็ทรงผมตกอกตกใจ มีปิดอะไรอย่างนี้ ชุดสามก็คือแบบว่า มาเลยเห็นทั้งหน้า แล้วก็โผล่จากน้ำอีกตางหาก ก็อันนี้แหล่ะที่เราต้องการนะคะ เราต้องการอะไรแปลกใหม่ เราต้องการคำถาม ทำออกมานี่เราก็ต้องการให้ถามว่า "ทำไมทำอย่างเนี้ย? ทำไมพันธุ์ดุ? ทำไมขึ้นมาจากน้ำ? ทำไมต้องยิงปืน?" อะไรอย่างนี้ค่ะ ก็คือเป็นตามที่เราอยากให้เป็น

แล้วทำไมต้องโผล่จากน้ำ
(หัวเราะ) นี่ตอบก่อนถามหมดเลยใช่ไหมเนี่ย เอ่อ โผล่จากน้ำนี่ นั่นน่ะสิ มัน
ไม่รู้สิค่ะ มันไม่เคยถ่ายรูปในน้ำ ก็เลยแทนที่จะเป็นใส่ชุดว่ายน้ำ มันคงเป็นไปไม่ได้นะคะ ก็เลย เอาแบบเนี้ย ก็ใส่ชุดดำน้ำแทน คือปิดมิดชิด ก็ขึ้นมา ที่เห็นมากที่สุดก็คือ หน้าผาก นะคะ ที่แบบเซ็กซี่สุดฤทธิ์คือตรงนี้ แล้วก็เนี่ยค่ะ
ใครเป็นคนคิดคอนเส็ปต์ของหน้าปกครับ
ก็พวกทีมงานค่ะ ทีมงานแกรมมี่แกรนด์ก็ช่วยกันนคิดว่า คือกี้ชอบดำน้ำ แล้วก็ภาพที่เขาเห็นกี้เนี่ย ถ้าจะดุเนี่ยอาจจะเป็นตรงที่กี้เล่นกีฬา ที่จะดูเข้มอ่ะนะคะ ที่จะดูเข้มๆ ที่จะดูแบบแข็งแรงอะไรอย่างนี้ อาจจะเป็นเรื่องของเจ๊ตสกี หรือดำน้ำ เขาก็เลยนึกว่า โอเค ถ้าเราจะทำคอนเส็ปต์ให้กี้เข้มเนี่ย ให้กี้ใส่พวกชุดแบบนี้ดีกว่า พวกเว็ตสูท พวกอะไรแบบเนี้ย แต่พอใส่ปุ๊ป จะมาเดินบนบกมันก็แปลก เพราะมันต้องอยู่ในน้ำนะคะ ก็โอเค อ่ะกี้ลงสระไป ก็แช่อยู่ประมาณ 5 ชั่วโมง ตัวเป็นพรุน
แช่น้ำ 5 ชั่วโมง?
เปื่อยค่ะ เพราะว่า เอ่อ จัดแสงอะไรอย่างนี้มันนานค่ะ เพราะถ่ายตอนกลางคืน
เป็นภาพนิ่งอย่างเดียว?
ภาพนิ่งอย่างเดียวค่ะ อ้อ ธีเซอร์ด้วยค่ะ ธีเซอร์ก็จากน้ำเหมือนกัน
กี้มีส่วนร่วมอะไรกับตรงนี้บ้างครับ
มีๆ ที่ส่วนร่วมนี่ตอนแรกอยากเขียนเพลงนะคะ เขาก็ให้ทำนองมา ให้มาแล้วก็ให้พี่ๆ เขาไป พี่ๆ ก็บอกว่า "ร้องเพลงไปเถอะ" (หัวเราะ)
ลองแต่งไปกี่เพลงละครับ
เพลงเดียว (หัวเราะ) เพลงเดียวก็
เพลงไทยมันยากค่ะ มันมีวรรณยุกต์ มันมีอะไรที่จะต้องเข้ากับโน้ต ซึ่งยากมาแล้วก็ เวลาที่เขียนนี่กี้เขียนระบายสุดฤทธิ์ เหมือนกับจดความรู้สึกลึกๆ หลายๆ เรื่อง ซึ่งในหนึ่งเพลงเนี่ย เขาจะเอาแค่หนึ่งไอเดีย แล้วก็ขยาย คนฟังจะได้เข้าใจง่ายๆ แล้วก็ใช้คำเด็ดๆ อะไรประมาณนี้นะคะ สำหรับเพลงช้า แต่กี้นี่คือ เรื่องเยอะมากยังกับ 10 เพลงลงไปในหนึ่ง พี่เขาก็บอก "เออ ร้องไปเถอะน้อง ปล่อยให้พี่เขียนไป แล้วก็ฝึกไปเรื่อยๆ คงมีสักวัน" ก็โอเค คือ กี้ก็จะมีของกี้อยู่ที่บ้าน เป็นคำร้องของกี้เอง
วิธีแต่งเพลงของกี้นี่คือ..
ขั้นตอนคือ เขาจะทำมาเป็นเมโลดี้มาก่อนนะคะ มันเป็นเหมือนจิ๊กซอ ก็คือต้องหาคำมาใส่เข้าไป หาคำที่สื่ออารมณ์ที่ต้องการ แล้วก็วรรณยุกต์อะไรก็ต้องถูกต้อง ไม่โกงโน้ต อันนี้ยาก ก็แต่พี่ๆ เขาเขียนกันได้เก่ง ซึ่งกี้ก็ไม่อยากจะแลกผลงานของเขากับกี้ ไม่เอาค่ะ เก็บของพี่เขาไว้ดีกว่า ของพี่เขาเขียนได้ดีอ่ะค่ะ
แล้วอัลบั้มชุดนี้มีความยากง่ายต่างจากที่ผ่านๆ มายังไงบ้างครับ
เอ่อ ความยากง่าย? ยากเพราะว่า
โอเคง่ายก่อนแล้วกัน ง่ายเพราะว่า (หัวเราะ) เราสนิท คือกี้ก็สนิทกับทุกๆ คนมากขึ้นนะคะ กับทุกชุดก็เปรียบเสมือนครอบครัวละ ตอนนี้ไม่ได้ประชุมกันที่แกรมมี่ละ ประชุมกันที่บ้านกันแทนนะคะ ก็ไอเดียมันจะมาง่ายขึ้น เวลามันสนิทเนี่ยมันก็จะแบบ คุยเรื่องอื่นมันก็จะเข้าเรื่องงาน แล้วก็จะเข้าใจกันน่ะ ไม่ต้องพูดเยอะอ่ะว่ากี้อยากได้อะไร แล้วพี่ๆ อยากได้อะไร อันนั้นคือง่ายนะคะ ยากคือ การเปลี่ยนวิธีร้องเพลงมั๊งคะ เพราะชุดนี้เนี่ย กี้จะร้อง กี้เพิ่งรู้ว่าสำหรับตัวกี้เองเนี่ย ร้องชัด แข็งแรงชัดๆ เนี่ยมันยาก คือบางทีกี้จะมีเทคนิคของกี้คือขี้โกง สมมติว่าหายใจไม่ไหวแล้วเนี่ย ในห้องอัด สมมติว่าต้องร้องไปสี่จังหวะนะคะ หนึ่งห้องเต็มๆ เนี่ย พอเริ่มหลังสองจังหวะ กี้เริ่มเสียงหมดแรง กี้ก็จะเสียงสั่นคลอนไปแล้ว (ร้องสั่นๆ) "เอออออออออ" อะไรอย่างนี้ นี่เป็นวิธีการโกงอะไรของกี้ นิดๆ หน่อยๆ ซึ่งตอนนี้พี่นิ่ม สีฟ้า คนคุมร้องก็ไม่ให้ ก็คือเอาชัดๆ ไม่ต้องประดิษฐ์เยอะ เอาชัดๆ แล้วก็ไปถึงโน้ตให้ได้ ประมาณนี้ค่ะ ซึ่งตรงนีต้องใช้พลังทางท้องเยอะมากค่ะ (หัวเราะ) กระบังลม
ใช้เวลาในห้องอัดนานไหมครับ
เข้าห้องอัด เอ่อ มันมีร้องไกด์ด้วย ร้องไกด์แล้วก็ ร้องแล้วร้องอีก อย่างเช่น "ฉันก็สู้คน" ความที่คำมันเยอะๆ แล้วเราต้องร้องเร็ว แล้วเราต้องร้องให้มันเข้ากับปาก ฟังแล้วมันดูแบบ ไม่ๆๆ เขาเรียกว่าอะไรอ่ะ ร้องทันน่ะ นะคะ ก็คือ ร้องหลายๆ รอบ เข้าใจไหมเนี่ย กี้อธิบายกี้ยังงงเอง
ร้องให้ทันนี่คือ ร้องให้ทันจังหวะ หรือร้องให้รู้สึกฟังเป็นธรรมชาติครับ
ใช่ๆ ร้องให้รู้สึกเป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนร้องไง ให้มันไม่เหมือนร้อง แต่มันก็ไม่ใช่แร็ปรุนแรง เนี่ยมันเลยยากๆ
เพลงนี้ใช้เวลาอัดนานที่สุดหรือเปล่า
นานที่สุดค่ะ "ฉันก็สู้คน" นานสุด เหมือนชุดที่แล้ว "บุษบา" ก็นานสุด บุษบา เพราะว่า อันนั้นก็เหมือนพูดๆ ร้องๆ อะไรก็เหมือนกัน จังหวะก็กะตึกกะตัก ตึ๊กตั๊กๆ แบบสะดุดๆ ตรงนั้นน่ะมันยาก
ก็คือกี้ชอบร้องเพลงช้ามากกว่า
ชอบร้องเพลงช้านะคะ พอชอบแล้วก็คงฝึกฝนมากกว่าเพลงเร็ว แต่เพลงเร็วร้องก็ได้ แต่เพลงเร็วชอบเผลอไปประดิษฐ์มันไง ชอบไปทำเป็นไถ ไป (ร้อง) "หื้ออออ" ไป "อาฮะ" แล้วมันไม่ได้ มันเป็นเพลงเร็วๆ สนุกๆ พี่เขาก็จะบอกว่า "พอๆ ไม่ต้อง"
กี้ชอบฟังเพลงแนวอะไรเป็นพิเศษในตอนนี้ครับ
ตอนนี้กี้ชอบที่สุดคือ Moulin Rouge ซาวด์แทร็กหนังค่ะ ชอบ Your Song ที่สุดในโลก
แล้วเพลงในอัลบั้มชุดนี้ที่กี้ชอบที่สุดละครับ
ตอนนี้นะคะ มันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ (หัวเราะ) ชอบ "เพิ่งรู้" ค่ะ เพราะว่า เป็นเพลงสุดท้ายที่อัด แล้วอัดตอนที่ถ่ายละครอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาในชีวิต เวลาที่เข้าห้องอัดอยู่เนี่ย เราก็ต้องตีความหมายของเนื้อร้อง เข้าใจในอารมณ์ แล้วก็สื่อออกมาจากการร้องของเรา แต่ "เพิ่งรู้" นี่ไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะว่า เราเล่นเป็นคนๆ นี้อยู่แล้ว ก็เลยรู้สึกอินกับเพลงนี้มาก แล้วก็ผูกพันกับเพลงนี้
พูดถึงละครแล้ว จริงๆ มีการวางแผนไว้ก่อนหรือเปล่าครับ ว่าจะต้องออกมาพร้อมงานเพลง
งานละครนี่วางเป็นปีๆ แล้วนะคะ แต่ว่าเวลาไม่มีที่จะพอดีเป๊ะกับหลายๆ อย่างนะคะ อัลบั้มนี่ก็วางเป็นสเก็ตอยู่แล้ว มันไม่มีการเปลี่ยนแปลง มันอาจจะมีเลื่อนอาทิตย์สองอาทิตย์เท่านั้นเอง แต่อัลบั้มนี้ขามีตารางของเขา สำหรับศิลปินทุกคน เอ่อ การที่มันมาชนกันเนี่ย มันเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ว่า เราก็จะทำอยู่ ซึ่งยอมรับว่า เหนื่อย (หัวเราะ) เหนื่อยมากๆ เพราะว่ามันทำพร้อมกันทั้งสองอย่างค่ะ
แล้วเพลงที่ใช้ในละครมีกี่เพลงครับ
เราใช้ "ฉันก็สู้คน" เป็เพลงเปิดละครแล้วก็ "เพิ่งรู้" เป็นเพลงปิด แล้ว "คนที่ไม่มีใครต้องการ" ก็จะเป็นช่วงที่รันเศร้าๆ อยู่คนเดียวไม่ไหวแล้ว จะเป็นในระหว่างอยู่ในเรื่อง
พอเป็นนักแสดงเต็มตัวแล้วรู้สึกยังไงบ้าง
สนุกมากค่ะ ถ้าไม่สนุกกี้คงไม่ไหว เพราะว่ากี้ไม่ คืองานตรงเวลาเราโปรโมทเทปอะไรเนี่ย มันทุกวันอยู่แล้วนะคะ แล้วจะมีถ่ายมิวสิควิดีโอ ซึ่งสองวันสามวันติดอยู่แล้ว ถ่ายละครเนี่ย สเก็ตของเขาจะเป็น 4 วัน คือ 6 โมงเช้าถึงตี 1 ตี 2 ตี 3 ก็ว่ากันไป ตรงนี้มันบังคับไม่ค่อยได้ เพราะว่ามันแล้วแต่หลายๆ อย่าง ที่นี้พอ 4 วันละครปุ๊บ อีก 3 ก็เป้นพวกถ่ายมิวสิควิดีโอ เป็นเข้าห้องอัด เป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้ กี้ก็เลยทำงานเจ็ดวันเจ็ดคืนมาเป็นหลายๆ เดือน เอ่อ แต่มันสนุก ตรงที่กี้ได้เป็นคนอื่น ถ้าเราอินกับบทอินกับตัวละครมันจะสนุกมาก แล้วตอนเช้าถึงแม้ว่าร่างกายไม่ไหวแล้วเนี่ย แทบจะต้องอุ้มไปที่กองถ่าย แต่ว่าใจมันอยากจะไปเจอทีมงาน อยากจะไปเล่นต่อ ว่า "เฮ้ย นี่มันถึงตอนนี้แล้วนะ ตอนนี้เราจะมีซีนตรงนี้นะกี้ เราต้องวิ่ง เราต้องอะไร" ก็ "โอเคค่ะพี่" คือสนุกค่ะ

ต้องเตรียมตัวยังไงบ้างครับ สำหรับการแสดงตรงนี้
เตรียมตัว? ก็มีพูดคุยกับครูแอ๋ว ครูแอ๋วจะสอนเทคนิคที่สำคัญนะคะ เพราะว่ากี้ใหม่มากๆ กี้ก็ไม่มีประสบการณ์อะไรเท่าไหร่ ครูแอ๋วบอกสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เชื่อ เชื่อในละคร เชื่อในสิ่งที่เราพูดออกไป เชื่อในสิ่งที่เราได้ยินกลับมา แล้วก็แสดงออกจากข้างใน แล้วก็พูดในใจตลอดเวลา พูดในใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไดอะล็อกข้างในใจ อะไรอย่างเนี้ย ตรงนี้เราต้องคอยเตือนตัวเอง เพราะว่าพอเราแสดงปุ๊บมันไม่ใช่แค่บทที่ต้องจำ มันจะมีแบบ "ยืนตรงนี้นะ อย่าไปบังคนนี้ มันมี 3 กล้อง อย่าบังกล้องนั้นนะ แสงตกตรงนี้ เดี๋ยวเดินไปตรงนั้นนะ พอซีนแรกนี่แทบเป็นลมแล้วค่ะ เพราะแค่บทก็เครียดแล้ว บล็อกกิ้งอีก อะไรอีก แล้วเสร็จ พอเขาแอ๊คชั่นปุ๊ป (ดีดนิ้ว) เราต้องลืมทุกอย่างที่เขาบอกเราอ่ะ เราก็อินกับบทอ่ะ กี้ก็คิด แล้วเราจะทำได้ไงละเนี่ย
นานไหมครับกว่าที่จะปรับตัวได้
มันได้แล้วค่ะ เพราะสักพัก พอสักวันที่ 3 ผ่านไป ได้ละ ความที่เราอยู่ทุกซีน (หัวเราะ) มันเป็น คือเขาก็บอก "เออ กี้ ไม่เป็นไรหรอก อยู่กองถ่ายเนี่ย กี้ก็เตรียมเสื่อนะ เอาเสื่อเอาหมอน เอาตุ๊กตา เอาวอล์คแมน เอาอะไรไป ใช่ไหมคะ เพราะรู้ว่ามันจะต้องมีรอ หามุม เล็งมุมแล้ว เดี๋ยวจะต้องไปนอนมุมไหน ปรากฏไม่ได้ใช้อะไรเลย เพราะว่า ในเรื่องนี้เนี่ย รู้สึกว่า มันจะเป็นเรื่องสั้นนะคะ แล้วก็กี้ เพื่อนกี้ คือบี หรือน้องโน้ตนะคะ จะดำเนินเรื่องกันสัก 85% คืออยู่เกือบทุกฉาก มันก็เลยแบบไม่ได้หยุดเลยค่ะ
ตัวรันที่เล่นนี่มีอะไรคล้ายกับกี้บ้างไหมครับ
คล้ายอาจจะเป็นก็คือผู้หญิง (หัวเราะ) ชัวร์ ตอบง่ายไปหรือเปล่า ขอเวลาคิดแป๊บนึง เหมือนที่เป็นผู้หญิงที่ก็พยายามมองโลกในแง่ดีนะคะ คือทองอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าเจออะไรก็ลุย แต่พอดีกี้ไม่ใช่พวกฟิลด์แบบชกต่อย กี้ไม่ อันั้นนี่ ในบทของรันเนี่ย ก็เป็นอย่างงั้นเพื่อสีสันของเรื่อง ให้มันเป็นแอ๊คชั่นหน่อย ซึ่งกี้ก็ได้ฉายาว่าเป็น "จารุณียุคนี้" นิดๆ เพราะว่ามีอะไรก็ต่อยเตะ วิ่งอะไรประมาณนั้นน่ะค่ะ แต่ตอนนั้นทำให้มันเป็นคอเมดี้ขึ้นมาค่ะ
กี้ทราบไหมครับเรตติ้งของละครเรื่องนี้เป็นยังไงบ้าง
ไม่รู้ (หัวเราะ) แต่เมื่อกี้ก็ดูหนังสือ มันจะมีพวกโพลอะไรอย่างนี้ มันก็มาเหมือนกัน ก็ดีใจ (หัวเราะ) อย่าพลาดนะคะอาทิตย์นี้ (สัมภาษณ์วันที่ 17 ต.ค. ซึ่งละคร "รัน รักอันตราย" จะจบในช่วงสุดสัปดาห์นั้น) นะช่วยๆ ดูหน่อย ขอร้องเหอะ (หัวเราะ) เล่นสุดๆ แล้ว
ทำงาน 7 วันอย่างนี้ กี้มีวิธีดูแลร่างกายยังไงบ้าง
นอน
มีอย่างอื่นไหมครับ
ไม่ค่ะ แบบเน้นอย่างเดียว ก็คือ เป็นคนนอนยาก มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว คือต้องถึงบ้านแล้วไม่คิดอะไรแล้ว ถึงนอนได้ ตอนนี้คือ หาซิอกหามุมเหมือนจิ้งจกอ่ะค่ะ พออะไรนิดหน่อยไปเลย ไปแอบอยู่อะไรอย่างนี้ นั่งหลับยังได้เลยช่วงนี้ (หัวเราะ) ระวังนะคะ นั่งเงียบๆ เดี๋ยวไปนะคะ
พอปิดกล้องแล้ว ก็คงจะมีเวลามาลุยเรื่องเทปเพิ่มขึ้นนะครับ
ลุยเรื่องเทป เพราะว่าเอ่อ เรื่องเทปต้องรอนิดหนึ่งด้วยค่ะ เพราะว่าละคร ออนแอร์
เราถ่ายไปออนแอร์ไป แล้วก็ปวดใจมากเลย เพราะว่าบางทีตอนออนแอร์อยู่อ่ะ ตอนศุกร์-เสาร์-อาทิตย์อ่ะนะคะ มันจะมีทีวีอะไรอย่างนี้ ก็เห็นว่า เฮ้ย พี่นักแสดงก็อยากนั่งดูด้วยกันน่ะ แต่เราต้องปิดทีวี เพราะว่าเราต้องถ่าย เพราะว่าถ้าเรามัวแต่มาดูละคร เดี๋ยวมันไม่ทัน อะไรอย่างเนี้ย ก็อัดเทปแล้วมาดูทีหลัง
แล้วพอใจกับผลงานที่ออกมาไหมครับ
กี้ชอบที่กี้ได้เห็นตัวเองในหลาย
กี้ได้เห็นตัวเองอย่างที่คนอื่นเห็นกี้แล้ว เพราะว่าเราจะไม่มีโอกาสได้เห็นตัวเอง อย่างที่คนอื่นเห็นเรานะคะ อย่างวันๆ หนึ่งเนี่ย เราพูดคุยอะไรกับใครอะไรอย่างเนี้ย มีเศร้า มีทะเลาะ มีร้องไห้ มีหัวเราะ มีดีใจ มีอะไรอย่างเนี้ย เราจะไม่เห็นนอกจากเราจะยืนหน้ากระจก แต่อันนั้นมันเป็นเราตั้งใจที่จะดูตัวเอง แต่พอมันเป็นละครปุ๊บ มันเหมือนเราได้เดินออกมา แล้วได้เห็นว่า เออ เวลาเราเศร้าเราเป็นอย่างงี้ เวลาอะไรเราเป็นอย่างงี้ แต่ว่าคือในบท ในคาแลคเตอร์ของคนๆ นี้ ก็คือเป็นตัวนิโคลที่อะไรอย่างเนี้ย แต่ว่าบางทีดูก็เขินอ่ะค่ะ บางทีแบบ "ทำไมต้องหน้าเบะขนาดนั้น?" (หัวเราะ) คือเวลาเศร้าอะไรอย่างนี้นะ เรายังใหม่อยู่อ่ะ เศร้าก็ต้องเศร้าจริงๆ เศร้าสวยยังทำไม่เป็น อันนั้นต้องไปฝึกก่อน เศร้าสวยคือ เศร้าแล้วยังให้หน้าสวยอยู่น่ะ มันยังทำไม่ได้ คือร้องไห้ กี้ต้องร้อง คือร้องเลยอ่ะ ก็ไม่ห่วงว่าหน้าตาจะเป็นยังไง ก็ชอบตรงนี้ค่ะ
ผู้กำกับว่าเขาวิจารณ์ว่ายังไงบ้างครับ
พี่เชานะคะ พี่ชวลิต น่ารักมาก เอ่อ เขาก็บอกว่า กี้มีการพัฒนามาอยู่เรื่อยๆ แล้วก็มีความตั้งใจสูง แต่ในความตั้งใจเนี่ย บางทีมันก็ทำให้เราไม่สามารถ
เราคิดเยอะไปอ่ะ บางทีต้องทำตัวเองให้มันศูนย์อ่ะ พอเป็นศูนย์ปั๊บเนี่ย เราจะได้สวมวิญญาณเป็นอีกคนหนึ่ง แต่ถ้าเราคิดเยอะ มัวแต่อะไรอย่างนี้ บางทีมันเข้าไม่ถึงบทที่ต้อง ฟิลลิ่งที่เขาต้องการอะไรประมาณนี้ค่ะ แต่นั่นเป็นบางครั้ง แต่รวมๆ เขาก็บอกว่า เออ กี้ตั้งใจดี รู้ว่าเหนื่อย รู้ว่ามันเป็นงานที่รีบ รู้ว่าไม่ได้พัก แล้วก็ ดีนะ คือรวมๆ แล้วเนี่ย คือทุกคนก็แบบ แฮปปี้กับทุกคนนะฮะ ก็ผูกพันอยู่กันแบบ อือหือ ทั้งวันเลย ทุกวันอะไรอย่างนี้อ่ะค่ะ

แล้วมีโครงการละครเรื่องต่อไปแล้วหรือยังครับ
มี (หัวเราะ) ยังไม่คอนเฟิร์มอะไร แต่ตัวกี้เอง กี้รับแล้ว กี้เล่นค่ะ มีมากี้ก็เล่นค่ะ เพราะกี้ชอบมาก
จะเป็นโครงการหลังจากที่หมดช่วงโปรโมทเทปแล้ว?
ค่ะ หลังจากนั้นค่ะ เพราะออกเทปมันก็ต้องให้เวลากับเทปเยอะนะคะ เล่นละครก็ต้องให้เวลากับละครเยอะๆ กี้ว่าถ้าเป็นไปได้เนี่ย ไม่อยากให้มันชนกัน ก็คงออกเทปเสร็จ พอมันโปรโมทอะไรเสร็จเนี่ย เดี๋ยวกี้ก็จะหาละครเล่นละ หาเอง (หัวเราะ) ชอบมาก หาเอง ฮัลโหลๆ
แล้วก่อนหน้านี้เคยมีคนมาทาบทามให้มาเล่นละครบ้างหรือเปล่า
มีค่ะมี คุยกับพี่บอย (ถกลเกียรติ) ตั้งนานแล้วค่ะ แต่แต่โน่นแน่ะ ตั้งแต่ที่กี้ร้องเพลงกำแพงน่ะค่ะ คุยนานแล้วค่ะ แต่ไม่บอกดีกว่าว่าเรื่องอะไร เขาเล่นกันไปแล้ว นางเอกเขาก็มีกันไปแล้ว (หัวเราะ)
แล้วเรื่องอะไรละครับ
ไม่บอก (หัวเราะ) เอ่อ แต่ว่าตอนนั้นติดทัวร์ ทัวร์มากๆ ไม่มีเวลาค่ะ ก็เลยร้องประกอบภาพยนตร์ไป แล้วก็หลังจากนั้นก็มีคุยมาตลอด แต่ว่าไม่ได้ซักทีๆ อะไรอย่างเนี้ย
แล้วละครแนวไหนบ้างที่กี้อยากจะเล่น
เอาแนวไหนก็ได้อ่ะค่ะ แต่วิ่งน้อยหน่อย (หัวเราะ)
แล้วพวกดราม่า ร้องไห้เยอะๆ นี่อยากเล่นไหมครับ
ชอบค่ะ แต่ยาก ฮู้ กว่าจะร้องได้นี่มันเหนื่อยค่ะ คือพี่เชาผู้กำกับเขาสอนว่า หลับตานะกี้ แล้วเอาปากกามาจี้ตรงนี้ค่ะ (ชี้ไปที่ตรงหว่างคิ้ว) ไม่ยังไม่หลับสิเออ เรารู้ก่อนว่าเรากำลังมา ใช่ไหมคะ แล้วเราจะรู้สึกแบบตรงนี้ เนิร์ฟๆ ตรงนี้มันจะรู้สึกหวิวๆ นิดๆ จะลองดูก็ได้นะพี่ ถ้าไม่เชื่อ แล้วพี่เชาบอกว่า "โอเคกี้หลับตา" กี้ก็หลับปุ๊บ "โอเคพี่จะทำแล้วนะ" เขาก็ทำอย่างเนี้ย (ทำท่ากดปากกา) แต่เขาไม่ได้ทำ แต่กี้รู้สึกหวิว พี่เชาก็บอกว่า "นี่แหล่ะคือการเรียกอารมณ์ตรงนี้มา" สมมติว่ากี้ต้องร้องไห้เนี่ย แทนที่ คือโปรๆ เขาเนี่ยเขาจะทำวิธีนี้ เขาเรียกมาได้เลย ก็คือจำความรู้สึกตรงนี้ไว้ แล้วเรียกมันมา แทนที่จะเริ่มจากอย่างนี้ (ปากกาอยู่ห่างจากหน้าผากพอสมควร แล้วค่อยๆ เลื่อนมือเข้ามา) ตอนนี้เนี่ยกี้ต้องเริ่มอย่างนี้ตลอดเวลา (หัวเราะ) แล้วกี้เหนื่อยมากๆ แล้วมันร้องไห้คือมันเจอเรื่อง รันมันเจอเรื่องเยอะมาก เดี๋ยวมันต้องร้องไห้ เดี๋ยวมันต้องอะไรเยอะแยะ ก็คือ มันเลยเหนื่อย แต่คิดว่าถ้ามีโอกาสเล่นเยอะๆ เก่งกว่านี้ มันจะเหนื่อยน้อยกว่านี้ แล้วที่ตลกก็คือ ชอบปล่อยให้กี้อยู่คนเดียว กี้จะใช้คำว่า "Alone Again" ก็คือว่า พอมีคนเล่นกับกี้ อย่างพี่แท่งเนี่ยถ้าเราดูจะเห็นว่าเขาใส่เยอะมาก นั่นน่ะเขาช่วยกี้นะ เขาว่ากี้ "ทำไมเป็นอย่างนี้" เขาว่ากี้ ให้กี้ตกใจจะได้สามารถ
แอ๊คได้อะไรอย่างนี้ แต่มันชอบมี พอส่งปุ๊บแล้วไปอ่ะ คือเขาว่าๆๆๆ กี้ปุ๊บ ก็เดินไปเลย กี้ก็อยู่คนเดียวๆ กี้ต้องคงอารมณ์นั้นอยู่ แต่พออยู่คนเดียวกี้ก็นึกในหัวแล้ว "Alone Again" พอ "Alone Again" ปั๊บ อารมณ์หายแล้ว อะไรอย่างเนี้ย
แล้วกี้มีพื้นฐานทางด้านการแสดงมาก่อนหรือเปล่าครับ
ไม่มี (หัวเราะ) ก็เป็นพื้นฐาน ... อโรคามั๊ง ที่ได้แสดงคืออโรคา ก่อนหน้านั้นต้นๆ เลยก็อาจจะเป็นตอนแสดงมิวสิควิดีโอมันก็ต้องมีการแสดงอยู่ด้วยบ้าง แต่ว่ามันไม่มีบท มันเป็นแค่อีกอารมณ์หนึ่ง
แล้วมีนักแสดงหญิงที่เอามาเป็นตัวอย่างในการแสดงบ้างหรือเปล่าครับ
มีค่ะ
นอกจากจารุณี
(หัวเราะ) พี่เปิ้ลเขาก็แสดงได้ดี กี้ดู กี้ชอบพี่นก สินจัย ธรรมชาติ เขาเล่นธรรมชาติมาก แล้วก็เชื่อ แล้วเขาเล่นแบบอารมณ์เขาถึงมากๆ เลย แล้วก็ อีกคนหนึ่งคือ แอน ทองประสม กี้ชอบมากคนนี้เล่น ทุกครั้งที่เดินผ่าน ถ้าเป็นเขาอยู่บนจอเนี่ย กี้จะหยุดดู เพราะว่า เขาเล่นได้สุดยอดจริงๆ คนนี้กี้ยกนิ้วให้เลย

เห็นว่าเพิ่งถ่ายเอ็มวีไป เพลงอะไรครับ
เพลง "คนที่ไม่มีใครต้องการ" ค่ะ
เป็นซีรี่ส์?
ไม่ อันนี้สั้นค่ะ อันนี้สั้น เศร้า และอยู่คนเดียวค่ะ เหงาเปลี่ยวใจ เศร้าเหลือเกิน เพราะว่า เนื้อหามันคือ แม้แต่คนที่ไม่มีใครต้องการ ยังไม่ต้องการเราเลย นี่คือเนื้อหาค่ะ นั่นแหล่ะ เศร้าที่สุดแล้ว
พระเอกคือ?
เขาคือ ชอน จิราธิวัฒน์ ค่ะ พี่ชายของนิโคล ไม่ใช่คนนี้นะ (หัวเราะ) อีกคนๆ
จะเริ่มออนแอร์เมื่อไหร่ครับ
วันที่ 23 (ต.ค.) ฮัลโหลวันหยุด แล้วก็จะมีสกู๊ปมิวสิควิดีโอ "เพิ่งรู้" ซึ่งเราถ่ายกันใหม่ที่หนองงูเห่า ตัวเกรียมเลย จะเอาภาพทั้งหมดของละครมา ตึ๊ดๆๆๆๆ แล้วกี้ก็จะร้องใหม่เพลง "เพิ่งรู้" แล้วก็จะเป็นเบื้องหลังมินิซีรี่ส์ "ฉันก็สู้คน" เอามาให้ดูว่า กี้ทำอะไรพลาดมากน้อยแค่ไหน เยอะมาก (หัวเราะ) ไม่ใช่บาดเจ็บเยอะแต่ว่า มันจะมีภาพหลุดเยอะ เขาก็จะเอาภาพมาให้ดู
คอนเสิร์ตจะมีเมื่อไหร่เอ่ย
คอนเสิร์ตนะคะ กี้จะทัวร์ทั่วประเทศไทย 4 ภาค เดือนหน้า จะเป็นทัวร์ของอัลบั้มตัวเอง จีเอสเอ็ม เอ่อ 4 ภาคเลย แล้วก็ทัวร์วิทยุด้วยค่ะ ก็จะไปพูดคุยกับดีเจทั่วประเทศไทย
ก็คือจะเป็นทัวร์วิทยุ แล้วก็มีคอนเสิร์ตด้วย
มีคอนเสิร์ตด้วยค่ะ ร้องเพลงซิงซองด้วยค่ะ
แล้วจะเริ่มสักเมื่อไหร่น่ะครับ
เอ่อ มันจะมีไอ้นี่นะคะ ของเอไทม์ เรื่องรายละเอียดไม่แน่ใจนะคะ แต่จะมีของเอไทม์ซึ่งจะจัดอยู่ที่อินดอร์สเตเดี้ยมนะคะ
โนพรอบเบรม เกม?
โนพรอบเบรม เกม กี้จะไปร้องเพลงเปิดงาน กับโบ อุ๊ แล้วก็ติ๊ก มิสเตอร์ทีม อันนั้นไม่ใช่ แค่เปิดเฉยๆ ส่วน 10 Best จะเป็นของเอไทม์ซึ่งจะจัดที่อินดอร์สเตเดี้ยม วันเวลาไม่แน่ใจ เดี๋ยวต้องเช็คอีกทีหนึ่ง แล้วก็จะมีต่างจังหวัดค่ะ แล้วก็จะมีอีกอันหนึ่งยังไม่บอกดีกว่า ไม่ชัวร์
เมื่อไหร่ครับ
ในตารางคือจะซ้อม เดือนหน้าจะซ้อมทั้งเดือน มันน่าจะเป็นปลายเดือนหน้า หรืออีกเดือนหนึ่งถัดไป ค่ะ เรื่องรายละเอียดจะบอกอีกทีหนึ่ง
รูปแบบคอนเสิร์ตที่กี้อยากให้เป็นอยากให้มี
ก็จะเป็น กี้จะทำเหมือนกับว่าเวลากี้ไปทัวร์ต่างจังหวัด หรือเล่นคอนเสิร์ตมิดไนท์ในกรุงเทพเป็นคอนเสิร์ตของกี้เองเนี่ย ซึ่งกี้จะมีวงของกี้เองชื่อ เดอะเอ๊กซตร้า เอ่อ เราจะมีรูทีนของเรา ก็คือเราจะพวกเมดเล่ย์ แล้วก็จะร้องเพลงในชุดล่าสุด ก็ต้องเป็น "พันธุ์ดุ" แต่ก็จะเป็นเมดเล่ย์พวก "บุษบา-กะโปโล" ก็จะเอามาร้อง แล้วก็จะมีเพลงสากลเอามาร้องด้วย รูปแบบอยากให้มันเป็นกันเอง สบายๆ เอ่อ แต่สนุกๆ ก็อยากให้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างน่ะค่ะ อืม อยากให้ที่สุดเลย มันๆ อะไรอย่างนี้
สถานที่ละครับ
สถานที่เหรอคะ ไม่อินดอร์ก็เอาท์ดอร์อ่ะค่ะ (หัวเราะ) พูดเล่น สถุานที่เหรอคะ หืม ไม่รู้อ่ะ อย่างกี้ได้ไปดูพี่ช่า ไม่ได้ไปดูวันจริง ไปดูพี่ช่าซ้อม เอ่อ วันฟายน์เดย์เนี่ย เอาท์ดอร์แบบนั้นก็โอ้โห เป็นกันเอง แล้วมันก็ดีอ่ะ กี้ก็ชอบแบบนั้นนะคะ ก็จะเป็นฟิลด์อย่างงั้น แต่ถ้าไม่ได้แบบนั้น กี้ก็อยากได้แบบแสงสีเสียงอ่ะ ตูมตามๆ มีไฮดรอลิค มีอะไรแบบนี้ คือถ้าไม่เป็นอย่างนั้น ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง จริงๆ แล้วก็ได้หมด
พูดถึงคอนเสิร์ตของพี่มาช่าแล้ว กี้คิดจะมีคอนเสิร์ตที่จัดให้แฟนพันธุ์แท้แบบนั้นบ้างหรือเปล่า
ใช่ค่ะใช่ ใช่ค่ะ นี่ที่พูดมาคืออยากให้เป็นอย่างงั้นนะคะ เพราะว่าอยากให้มีแอคติวิตี้ด้วย อย่างของพี่ช่านี่เขาก็เอาของมาแลกอะไรอย่างนี้อ่ะคะ อะไรประมาณนั้นเพื่อได้บัตรมา อยากให้เป็นแอคติวิตี้มาเล่นเกมกัน เพื่อได้บัตรแล้วมาเจอกันอะไรประมาณนั้นน่ะค่ะ

แล้วกี้กลัวบ้างไหมครับที่ออกเทปในช่วงนี้ เพราะศิลปินออกใกล้ๆ กันเยอะมากทีเดียว
เอ่อ ปลายปีถ้าสังเกตนะคะ ว่าปลายปีจะเป็น ชุดที่แล้วก็เป็นอย่างนี้นะ พอโลโซ ก็เป็นกี้ พอเป็นกี้ เป็นพี่เบิร์ด (หัวเราะ) กี้แบบว่า โลโซ ใจสั่งมา แล้วก็มาเป็นกี้ พอเป็นกี้ พี่เบิร์ดมาเลย คือมันเป็นสเก็ตน่ะค่ะ มันเป็นสเก๊ตตารางซึ่งทุกคนรู้หมดอยู่แล้ว แล้วมันเป็นการทำงานที่สนุกสนานมากนะคะ แล้วก็จะมีการเจอกัน กี้เพิ่งเจอพี่เบิร์ด ก็คุยกันเรื่องงาน ว่าเราจะเจอกันยังไง ไปทำอะไรด้วยกัน ประมาณนี้นะคะ เอ่อ เศก โลโซก็เพิ่งเลี้ยงฉลองไป 2 วันที่แล้วนะคะ กับ ไม่ไปที่หนึ่งของเขานั่นน่ะ (หมายถึงเพลงพันธ์ทิพย์) เขาก็ คือยอดขายเขาดีเลยนะ ก็เลยเลี้ยงฉลองกัน ก็มันเป็นช่วงซีซันมั๊งคะ มันเป็นซีซันของการออกเทป
แล้วกับศิลปินนอกค่ายละครับ
นอกค่ายเราไม่รู้ กี้คิดว่า นอกค่ายเขาก็ต้องมีตารางของเขาเหมือนกัน แต่เรารู้แต่ในค่ายของเรา ว่าตารางเราเป็นอย่างนี้ แล้วเราก็ปูมาเป็นอย่างนี้ แล้วเราก็ออกมาตามที่เขากำหนดว่าเราต้องออก
แล้วกี้รู้สึกไหมว่ามีคนพยายามจับกี้ไปเปรียบเทียบกับทาทา
กี้ไม่ได้กลัว ไม่เคยนึกเลยจนที่อ่านที่เห็น แล้วก็นักข่าวที่เจอที่กองถ่าย เขามาถาม ตอนแรกไม่ได้นึกด้วยซ้ำ มันไม่ได้อยู่ในหัว เพราะว่าเราก็ทำงานของเราไปอะไรอย่างนี้ แต่ว่าพอนักข่าวมาถามว่ารู้สึกยังไง "กี้จะต้องมาชกมวยกะทาทา" อะไรอย่างนี้ กี้ก็ "หา" คือประมาณว่า ออกเทปพร้อมกัน ต้องมาชนกัน ซึ่งกี้ไม่เห็นว่ามันเป็นการชนกัน เพราะถ้าชนกัน มันก็ชนกับทุกคนนะคะ เพราะว่าช่วงนี้ก็ออกกันเยอะมากๆ ก็นักร้องเหมือนกัน กี้ก็เชียร์ทาทา ทาทาก็ต้องเชียร์กี้ (หัวเราะ) เพราะว่าเราเหมือนกับอาชีพเดียวกันน่ะค่ะ อยู่อาชีพเดียวกัน เราก็ต้องเผชิญอะไรเหมือนๆ กัน ปัญหาหรือสิ่งตอบแทนที่ดีเราได้เหมือนกัน เหมือนกับหัวอกเดียวกันจริงๆ นะ ไม่เห็นว่าเป็นคู่แข่งกัน เห็นว่าอาชีพเดียวกัน แล้วต้องช่วยกันทำงานให้ดีนะคะ อย่างพวกเทปผีซีดีเถื่อน อะไรอย่างนี้ กี้คิดว่าแบบเวลามีงานอะไรอย่างนี้ ทาทาก็มา เวลามีเลี้ยงรวมอะไรอย่างนี้ เราก็เจอกัน มันไม่ได้เป็นฟิลด์ที่คนข้างนอกที่คิดเอาไว้ว่าสองคนนี้ต้องมาชนกัน มันไม่ใช่เลย มันไม่ใช่อะไรเลย
กี้อยากโกอินเตอร์บ้างไหมครับ
คือโลกตอนนี้ก็น่ากลัวเหมือนกัน เฮ้อ ไม่รู้อ่ะค่ะ กี้ไม่อยากบินไปบินมาช่วงเนี้ย (หัวเราะ) เพราะต้องโปรโมทเดี๋ยวต้องบินไปโน่นไปนี่ ไม่ไหว อยู่เมืองไทยเซฟสุดแล้วกี้ว่านะ คือสนุกกับงานตรงนี้นี่ อย่าไปมองอะไรให้ใหญ่โตมโหฬาร กี้ว่ามองแบบใกล้ๆ เอาวันนี้ให้ดีที่สุดแล้วก็ชุดนี้ให้ทำดีที่สุดอะไรประมาณนี้ค่ะ แล้วก็ค่อยเป็นค่อยไปอะไรอย่างนี้อ่ะค่ะ กี้ว่าสนุกตรงนี้ กับตรงนี้มากกว่า เพราะถ้าเราไปนึกแพลนไปถึงโน่น แล้วเรามัวแต่ไปคิดถึงโน่น แถวนี้เราไม่ได้ไปสนใจมาก มันจะไม่ค่อยมีความสุข แล้วกี้ก็ไม่อยากบินด้วย (หัวเราะ) เศร้าจริงๆ
อยากให้กี้ช่วยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์วุ่นๆ ที่มันเกิดขึ้นในช่วงนี้หน่อยครับ
ค่ะ ก็แย่ รู้สึกแย่ รู้สึกว่าโลกนี้มัน เรากลัวเราหวั่นเรื่องนี้มานานแล้ว เราเห็นแต่ในหนัง แล้วเราก็ได้ยินคำทำนาย แล้วเราก็คิดว่า เออ คงมีซักวัน แล้ววันนั้นรู้สึกว่ามันมาถึงแล้ว ในเรื่องของสงคราม แล้วสงครามเชื้อโรคนี่น่ากลัวเหลือเกิน ไม่ไหวแล้ว มาแบบนี้นี่น่ากลัวมากๆ น่ากลัวยิ่งกว่าอาวุธอีกด้วยซ้ำ เพราะว่าอันนี้มันกระจายไปได้ แล้วเราก็ไม่รู้ว่า คนธรรมดาก็.. อีกอย่างหนึ่งมันแบบ มันยิ่งกว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 อ่ะ เพราะว่ามันไม่ใช่มุ่งไปที่หนึ่งประเทศ หรือว่า ใครเป็นพวกใครแล้วก็ตีกัน มันไม่ใช่ มันเป็นทั่วโลก แล้วมันเป็นกลุ่มเฉพาะๆๆ แล้วมันจะเกิดอะไรกันเนี่ย ตามจุดต่างๆ มันก็เลยรู้สึกว่า แย่จังเลย ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ว่าวันนั้นที่เห็นก็แย่เหมือนกันว่า กี้ก็เป็นคนอเมริกันเหมือนกัน รู้สึกเหมือนกัน รู้สึกว่า ทำได้ไงอ่ะ อืม ณ วันที่ 11 ทำได้ยังไง แบบทำให้ดูรีเพลย์ด้วย คือ เลือกตึกที่มีคู่กัน ครั้งแรกจับกล้องไม่ทัน แต่กล้องต้องจับอยู่แล้วไงคะ ว่ามันบินชนอยู่แล้วใช่ไหมคะ พอสักพัก เล่นให้ดูอีกทีเลย ก็คือตึกคู่ เป็นอะไรที่แบบ เขาคิดเยอะเหมือนกันนะ ที่ทำได้ขนาดนั้น ก็รู้สึกไม่ดี
แล้วกี้เปิดจดหมายทุกซองเองหรือเปล่าครับ
(หัวเราะ) เนี่ย อาจจะเป็นแป้งเฉยๆ ก็ได้พี่ แต่ขอนิดหนึ่งนะคะ อย่าเล่นมุขนี้นะคะ ไม่ขำนะคะ จริงๆ กลัว แบบว่า นึกออกไหมพี่ ให้มันฮาดีกว่า อย่าไปเครียดอะไรกับมันเลย ใส่ป้งใส่แป้งลงในจดหมายส่งไปหาเพื่อน ขอแนะนำอย่าเลยนะคะ มันน่ากลัวไปนิดนึง แล้วเผื่อว่าทีเล่นทีจริง เกิดเป็นของจริงมันจะยุ่งเข้าไปอีก นะคะ เราจะดูกันไม่ออก
กี้ทำมาก็หลายบทบาทแล้ว ยังมีงานไหนที่อยากทำอีกไหมครับ
อยากดิ่งพสุธา จริงๆ อยากโดดร่มค่ะ
แล้วงานในวงการละครับ
เออ แต่ไม่เคยเป็นพิธีกรเนอะ อืม แต่ตรงนี้กี้อยากเล่นการแสดงเยอะกว่านี้อ่ะค่ะ กี้คิดว่าการได้เล่นมันเป็นการได้เรียนรู้ แล้วได้ฝึกฝน มันปฏิบัติอ่ะ คือเรียนมันเป็นทฤษฎีอย่างเดียว มันคงไม่พอ ก็คืออยากจะเล่นละครอีกเยอะอ่ะค่ะ
งานภาพยนตร์ละครับ
มีครับ (หัวเราะ) แต่บอกไม่ได้ มันอยู่ในขั้นตอนที่คุยๆ อยู่อ่ะค่ะ ก็ยังไม่ชัวร์เท่าไหร่
แล้วทราบบทที่จะได้เล่นหรือยังครับ
เอ่อ ประมาณหนึ่งค่ะ น่าจะเป็นตลก ตลกน่ารักๆ อันนี้ หนังนะคะ น่าจะเป็นตลกๆ
โอเค สุดท้ายแล้ว อยากให้นิโคลฝากอะไรถึงแฟนๆ ชาว Ikazz หน่อยครับ
ก็สำหรับนิโคลพันธุ์ดุนะคะ งานกันด้วยความสนุกสนาน แล้วก็ทำงานกันด้วยใจรักจริงๆ สำหรับกี้และทีมงาน เอ่อ ก็ ขอฝากผลงานนี้ไว้ด้วยนะคะ ลองดูว่า ดุจริงหรือไม่จริง แต่จริงๆ แล้วก็พยายามดุนั่นแหล่ะนะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ แล้วก็ขอให้พูดคุยกัน
ก็แค่นี้ละค่ะ ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ
ขอบคุณนิกกี้มากนะครับที่ให้สัมภาษณ์ในวันนี้สวัสดีครับ
BROUGHT
2 U BY
www.IKAZZ.com
back