หัวข้อ: ทีเด็ด "นิโคล เทริโอ" ตอนที่ 4

“นิโคลไปเรียนที่อเมริกานี่คือเรียนต่อทางด้านธุรกิจ
แต่นิโคลก็เลือกเรียนศิลปะด้วย ซึ่งอันนี้เลือกเพราะความชอบอย่างเดียวเลย
ไม่มีเหตุผลอื่น
...คิดว่าไหน ๆ จะเรียนแล้วเลือกที่เราชอบแล้วกัน
แต่ว่าธุรกิจนี่ก็ไม่อยากจะทิ้งหน่วยกิตก็เรียนให้จบไปซะ
คือธุรกิจก็เรียนไว้ทำมาหากิน อาร์ตเรียนไว้ผ่อนคลายอารมณ์ นิโคลเลยทำมาได้ทั้ง 2
ใบ
...นิโคลเรียนปั้นเยอะนะคะ แต่จะเป็นงานส่งอาจารย์ ในระดับมหาวิทยาลัยที่โน่นเนี่ย
เขาจะให้เวลาในการทำงานส่งประมาณ 2 อาทิตย์นะคะ
...แล้วงานชิ้นนึงต้องใช้เวลากับมันประมาณ 20 ชั่วโมง
ไม่ใช่ว่าเราจะปั้นนิดปั้นหน่อยแล้วไปส่งไม่ได้เพราะว่าเราต้องไปพรีเซ้นท์หน้าห้อง
แล้วห้องนึงมีนักศึกษาประมาณ 50 คน
...ซึ่งเขามีชิ้นงานของเขาดี ๆ ทั้งนั้น บางคนได้ลงหนังสือ ได้โชว์ในแกลลอรี่
ของนิโคลก็ได้โชว์ในงานโรงเรียนแต่ว่าไม่ได้ลงอะไรหรอกค่ะ
คือชิ้นงานเรายังไม่เยอะพอที่จะมีโชว์ของเราเอง
...มีอยู่ชิ้นหนึ่งที่นิโคลปั้นส่งแล้วคุณครูชอบ
ขอเอาไว้เพื่อให้เป็นตัวอย่างกับรุ่นน้องต่อไป นิโคลยังไม่ให้เลยค่ะ
เพราะมีความรู้สึกว่าก็อยากจะเก็บไว้
...นิโคลอยู่ที่โน่นก็ไม่ได้เรียนอย่างเดียว นิโคลทำงานไปด้วย ก็ขายไอติมค่ะ
ตอนช่วง 6 โมงเย็น ถึง 4 ทุ่ม แล้วก็ปิดร้านเก็บทุกอย่าง
กว่าจะเสร็จประมาณเที่ยงคืน หนักมาก เพราะว่าทำคนเดียวทั้งร้าน
...วัยรุ่นที่อเมริกาความจริงไม่ได้แตกต่างไปจากวัยรุ่นเมืองไทยเท่าไหร่เลย
เขาก็มีวัยรุ่นที่ชอบแต่งตัวเหมือนกัน แต่จะมีกลุ่มที่ชอบสไตล์แตกต่างกันไป
...เพียงแต่ว่าวัยรุ่นอเมริกันไม่ได้ชอบของมียี่ห้อเหมือนวัยรุ่นไทย
คือวัยรุ่นไทยชอบอวดว่าฉันใส่ของแพงซื้อของร้านดัง ๆ
ทำให้ทุกคนต้องขวนขวายที่จะซื้อของราคาแพง
...แต่พวกวัยรุ่นฝรั่งจะไม่เป็น
เขาจะแบบอวดกันว่าใครมีไอเดียในการแต่งตัวที่เป็นตัวของตัวเองมากกว่ากัน
หรือใครเอาของที่มีอยู่มาประยุกต์ให้เข้ากับการแต่งตัว ก็จะเจ๋งมาก
...กลุ่มของนิโคลไม่มีอะไรหรอกค่ะ เป็นวัยรุ่นธรรมดาใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น
รองเท้าผ้าใบ สะพายเป้ เป็นแบบเนี้ยทุกวันทั้งกลุ่ม
...แต่นิโคลไม่ได้เปรียบเทียบว่า วัยรุ่นอเมริกันดีกว่าวัยรุ่นไทยทุกอย่างนะคะ
เพียงแต่ที่เห็นชัดเจนก็คือความไม่ฟุ่มเฟือย รู้จักใช้เงิน
แต่เรื่องของการได้รับอิสระ
...วัยรุ่นอเมริกันจะได้รับอิสระมาก
และบางครั้งการที่เขาได้อิสระมากก็มีโอกาสที่จะพลาดมากด้วย มีหลายรูปแบบ
...ซึ่งอิสระมันก็มีทั้งดีและไม่ดี ข้อดีก็คือได้เป็นตัวของตัวเอง ได้ค้นพบตัวเอง
สมมุติว่าถ้าเรามีอิสระที่จะตัดสินใจทำอะไร
ทำไปแล้วผลออกมาไม่ดีเราก็เรียนรู้จากตรงนั้น
...แต่ถ้าเราไม่มีอิสระเลย ทุกอย่างถูกจัดวางให้เรา
บางครั้งก็อาจจะทำให้เราไม่คิดหรือว่าไม่ช่วยตัวเองในบางเรื่อง
มันมีทั้งผลดีทั้งผลไม่ดีแล้วแต่คนค่ะ
...อย่างเพื่อนที่นิโคลรู้จักบางคนที่เมืองไทย ที่เขาไม่ได้ไปเรียนต่อที่ไหน
อยู่บ้านเฉย ๆ เขาจะไม่ทำอะไรด้วยตัวเอง ซึ่งมันก็ไม่ใช่ความผิดของเขา
...แต่ว่ามันเป็นความเคยชิน เป็นชีวิตของเขา อย่างเช่นการไปอยู่ที่โน่น
ต้องไปเปิดบัญชีเอง ต้องคิดเงินเอง ต้องใช้เงินให้พอเดือนนี้นะ เราต้องวางแผน
ก็คือเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเลย
...พอเรียนปีสุดท้ายนิโคลก็ย้ายหน่วยกิตไปเรียนที่ชิคาโก
เพราะนิโคลอยากไปใช้ชีวิตที่ชิคาโกมาก ก็เลยสมัครโรงเรียนดู
โรงเรียนนี้เป็นเหมือนตึกอาร์ติสท์เลย
...จะไม่มีหอพัก จะเป็นตึกสูง ๆ ชิคาโกจะเป็นเมืองซึ่งมีแต่ตึกสูง
ตึกที่สูงที่สุดในโลกก็อยู่ที่นั่น อพาร์ทเม้นท์ก็เยอะแยะเต็มไปหมด หาที่อยู่ง่าย
...ได้ใช้ชีวิตคนเดียว อันนั้นก็เป็นอีกฟิลด์นึง ค่อนข้างอันตรายกว่า
จะเป็นเมืองที่คนเยอะ หลากหลาย แล้วเป็นเมืองใหญ่มากใหญ่กว่านิวยอร์กอีก
อันตรายกว่านิวยอร์ก อันตรายที่สุดในอเมริกาก็ว่าได้
...ก็คอยดูแต่ไม่มีเหตุอันตรายอะไรเกิดขึ้น
แต่นิโคลก็ใช้ชีวิตปกติเหมือนตอนอยู่บอสตัน
เพียงแต่ว่าเวลาเดินก็ต้องเก็บจับกระเป๋าให้ดี ๆ ต้องระวังขึ้น


Brought to you by
นิตยสาร Angel
Background music
เพลง...วินาทีเดียว


back