สู่อินเตอร์กับอัลบั้มสากลชุดเเรก
“ANOTHER PART OF ME”

NICOLE พร้อมเรื่องราวมากมาย...
หลากหลายความรู้สึกของ...”นิโคล เทริโอ”
ผ่านพ้นไปเเล้วกับคอนเสิร์ตใหญ่ของ 7 สาว ‘Seven’
วันนี้เราก็ได้มีโอกาสทักทายสาวฮอทอันดับหนึ่ง ‘นิโคล เทริโอ’
นักร้องเสียงดีเเถมน่ารักที่มาพร้อมอัลบั้มใหม่ แต่เป็นเพลงสากลชุดเเรกในอัลบั้ม
‘ANOTHER PART OF ME’ ที่เป็นงานชิ้นสำคัญที่จะเปิดตัวศิลปินไทยเวทีสากล 
ออกไปให้ต่างชาติได้ปลื้มเรากันบ้าง
และการพูดคุยกันครั้งนี้มีเรื่องราวมากมายเหลือเกิน
ถ้าใครพลาดล่ะก้อ...น่าเสียดายจริงๆ 
ตอนนี้เธอพร้อมจะพูดคุยกับพวกเราเเล้วไปทักทายกับเธอกันเลยจ๊ะ...เเอ่นเเอ๊น...!
สวัสดีค่ะ ‘นิโคล’ เป็นอย่างไงบ้างสบายดีหรือเปล่าเอ่ย
“ค่ะ...สวัสดีค่ะกี้ก็สบายดีนะคะ เเต่ช่วงนี้ก็ยังอยู่ในช่วงทำใจค่ะที่เสีย
‘พี่จี๊ด ครรชิต’ (เป็นผู้ให้โอกาส
นิโคล) เพิ่งจะทำพิธีเผาไปเมื่อวันที่ 8
ม.ค.ค่ะ...ทุกคนก็ยังทำใจกันอยู่ยังเศร้าอยู่ค่ะ 
เเล้วช่วงนี้ก็ซ้อมคอนเสิร์ตของเซเว่นด้วยค่ะ ซ้อมหนักเหมือนกัน...แต่ก็เต็มที่ค่ะ”
ทราบมาว่ากี้มีโครงการจะเล่นภาพยนตร์ใช่มั้ยคะ
“ใช่ค่ะ...เราได้คุยๆ กันไว้กับทางแกรมมี่แกรนด์ค่ะ
คือเหตุผลที่กี้อยากทำตรงนี้ก็เพราะว่าเราคิดว่าเราอาจจะทำตรงนี้ได้ถ้าเราไปฝึกฝนอีกหน่อยอาจจะได้ดีทางนี้ด้วยนะ
แต่ที่เมื่อก่อนกี้ไม่อยากทำตรงนี้ก็เพราะว่าเราไม่เคยเราไม่รู้ว่าเราจะทำได้หรือไม่ได้ค่ะ
แต่พอได้ลองเล่นละครเวทีกับนัทแล้วก็พี่เบิร์ดก็เลยอยากจะลองทำตรงนี้ดู
ก็พอบอกพี่เขาปุ๊บพี่เขาก็หัวปั่นคิดเลยทันทีเหมือนกันเพราะว่าเขาก็อยากจะทำค่ะ”
กี้ได้มองไปตรงละครด้วยหรือเปล่าคะ
“เอ่อ...มองไปเป็นหนังมากกว่าค่ะ
เพราะว่าอย่างละครก็เคยไปเล่นเป็นแขกรับเชิญอะไรบ้าง แต่อย่างหนังนี่มันเร็วดีค่ะ
ไม่ใช่ว่าทำง่ายกว่านะ แต่ว่ากับคนดูนี่มันเร็วดีคือมันเข้าไปในโรงหนังปุ๊บ 2
ชม.จบออกไปได้แล้ว คือมันกระชับแล้วก็ได้ฟิวส์ไปเลยค่ะ ก็เลยอยากจะเล่นหนังค่ะ
อย่างละครคนดูเขาจะต้องติดตามเราไปเรื่อยๆ
ก็จะยืดหน่อยแล้วก็อาจจะลึกซึ้งไปกว่าหนังค่ะ ไม่ใช่ว่ากี้ไม่ชอบนะ
ชอบค่ะแต่ว่าที่เราคุยกันไว้ในแกรมมี่แกรนด์ก็คือออกมาเป็นภาพยนตร์ค่ะ”
แล้วมาเสียพี่จี๊ดไปอย่างนี้โครงการภาพยนตร์ที่จะทำกันนี่จะเป็นอย่างไรต่อไปคะ
“ไม่ทราบเลยค่ะ...เพราะว่าตอนนี้ไม่ได้คุยเรื่องกันเลย แต่กี้พร้อมทำงานเสมอค่ะ
แต่ว่าตอนนี้เรายังไม่ได้คุยอะไรกันเลย ไม่รู้ว่าจะล้มมั้ง
หรือไม่ล้มมั้งยังไม่ได้คุยอะไรกันเลยค่ะ”
ทำไมกี้ไม่เข้าไปถามพี่ๆ เขาล่ะว่าจะยังไงกันดี
“คือตอนนี้ยังมีงานเพลงสากลอยู่ด้วยแล้วก็คอนเสิร์ตของเซเว่น
และที่สำคัญเรายังเสียใจของการจากไปของ ‘พี่จี๊ดและพี่อ้อย’ (แฟนของพี่จี๊ด-ครรชิต)
อยู่ค่ะ ก็เลยยังไม่ได้คิดถึงเรื่องหนังเลย
เพราะยังอยู่ในช่วงทำใจกันอยู่ทุกคนเลยค่ะ”
แล้วงานเพลงสากลของกี้เป็นอย่างไงบ้างคะ
“เหมือนกับว่าเราตีตลาดให้กว้างออกไปนะคะ
จะเน้นให้กับคนไทยก่อนเพราะว่าทำนองจะเป็นทำนองไทย แต่เราขายต่างประเทศด้วยนะคะ
ทั้งหมดทุกประเทศในทวีปเอเชียค่ะ คือเป็นเพลงสากลค่ะ
แล้วโปรดิวเซอร์ก็ไม่ใช่คนไทยเป็นคนอิตาลีค่ะ เป็นทีมต่างชาติ
เขาเอาเพลงไทยมาดัดแปลงแต่ร้องเป็นภาษาอังกฤษ อย่างเพลง ‘ต่อไปนี้นะ’
เป็นเพลงช้าเขาทำจนกี้จำไม่ได้เลย เพราะกลายเป็นเพลงเร็วแดนซ์ไปเลย
ฟังไปครึ่งเพลงแล้วถึงจะจำได้ค่ะ แต่ว่าเป็นเนื้อใหม่นะคะ
แต่เมโลดี้เดิมเพียงแค่เราทำให้มันเร็วขึ้นคือทำนองเดิม
แต่เนื้อเพลงใหม่ความหมายของเพลงก็จะต่างกันไปเลยค่ะ ไม่เหมือนเพลง ‘ต่อไปนี้นะ’
ของไทยค่ะ”
ทำไมถึงส่งขายแค่เอเชียค่ะ...ไม่ส่งทั่วโลกเลยล่ะคะ
“คือเราตีตลาดเอเชียก่อนนะคะ แล้วก็ดูเชิงกันไปถ้าดีก็จะไปทางยุโรปค่ะ จะวางวันที่
18 ม.ค. ค่ะ”
มีเพลงที่กี้แต่งเองด้วยเหรอ
“ค่ะ...มีอยู่เพลงเดียวค่ะ ชื่อเพลง ‘SYMPHONY’
แรงบันดาลใจก็คือความรู้สึกเป็นคนชอบเพลงเศร้าค่ะ ก็เลยลองเขียนหลายๆ เพลงดูนะคะ
แล้วเขาก็เอาเพลงเดียวคือเพลงนี้ล่ะค่ะ
เพลงนี้ก็เลยกลายเป็นเพลงที่เศร้าที่สุดในอัลบั้มทำนองกี้เอามาจากเพลง ‘พอแล้ว’
แต่ว่าเรียบเรียงอะไรใหม่หมดดนตรีเปลี่ยนไปหมดเลยนะคะ จะออกฟิวส์แบบว่าอิตาลีหน่อยๆ
ค่ะ เพราะว่าคนทำเป็นคนอิตาลีค่ะ เพลงนี้เศร้าแล้วก็อาจจะมาจากส่วนที่เหงาๆ เศร้าๆ
ของนิโคลที่มีอยู่ในตัวตั้งแต่กำเนิดนะคะ ก็เลยเอาออกมาเขียนก็ผ่านค่ะ
แต่ก็มีแก้นิดหน่อยนะคะ แก้ 2-3 คำเองค่ะ
แต่ทุกอย่างได้หมดเป็นคำของนิโคลหมดเลยค่ะ”
อาจจะเป็นเพราะว่าโปรดิวเซอร์เป็นคนอิตาลีด้วยหรือเปล่าถึงได้มองไปถึงตลาดยุโรป
“ไม่นะคะ...เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็มองแบบนี้อยู่แล้วค่ะ
แต่ว่าตรงนี้ยังอีกนานค่ะเราต้องทิ้งไว้ก่อน เราต้องมองใกล้ๆ ไว้ก่อนค่ะ
เพราะว่าถ้าเยอะเกินไปมันจะยากเราจะต้องเป็นสเต็ปๆ ไปค่ะ
เราจะไม่ตูมตามทั่วโลกแบบนี้ไม่ใช่ค่ะ จริงๆ แล้วงานชุดนี้ยากนะคะ
โปรดิวเซอร์มิกซ์ถึง 16 เดือนค่ะ มิกซ์แล้วมิกซ์อีก ตอนร้องแรกๆ
นิโคลจะติดนิสัยแบบเพลงไทย เพราะเพลงไทยจะมีข้อบังคับเยอะพวกวรรณยุกต์อะไรแบบนี้
แต่เพลงสากลชุดนี้เขาให้ลบตรงนั้นหมดเลย ตอนแรกจะร้องออกมาแบบเกร็งๆ นะคะ
โปรดิวเซอร์บอกให้ลบไปเลย
เขาบอกว่ายูร้องเพลงภาษาอังกฤษ...ยูร้องไปเลยตามฟิวส์...แล้วโปรดิวเซอร์น่ารักมาก
เสียงที่เราร้องเล่นในห้องอัดเขาจะเก็บไว้หมด แล้วก็เอาไปใส่ในเพลงค่ะ
แต่ลุคซ์ของนิโคลก็ยังเหมือนเดิมค่ะ”
ขอย้อนมาเรื่องภาพยนตร์นิดหนึ่งค่ะ วางงานไปถึงไหนคะ
“จริงๆ แล้วเราก็ได้คิดคาแร็คเตอร์คิดเนื้อเรื่องอะไรกันแล้วนะคะ โดยมี
‘พี่จี๊ด-ครรชิต เกษทอง’ เป็นผู้กำกับร่วมกับผู้กำกับหนังอีกคนหนึ่งนะคะ
ซึ่งก่อนที่พี่จี๊ดเสีย คือ 2 วันก่อนที่พี่จี๊ดเขาจะเสียนะคะ
พี่จี๊ดเขาก็ได้อัพเดทกับกี้ว่าหนังเนี่ยไปถึงไหนแล้ว พี่เขาก็พูดว่า
‘กี้เอ๊ย...พี่เนี่ยปวดหัวอยู่กับบทอยู่...เสร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว’ อะไรแบบนี้นะคะ
แล้วเพลงเนี่ยจะเป็นทางพี่ดี้เป็นคนเขียนเพลงซาวด์แทรค
ก็จะเหมือนกับหนังภาพยนตร์ต่างประเทศค่ะที่จะมีซาวด์แทรคเราคิดกันแบบนี้
แต่เมื่อพี่จี๊ดเสียไปจากไปโดยกะทันหันขนาดนี้ กี้ก็ยังไม่ได้คุยกับพี่ๆ
เลยว่าหนังเนี่ยจะยังไงกันค่ะไม่ทราบเหมือนกันค่ะ
เพราะว่าคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีแล้วก็ความฝันที่ขึ้นมาเนี่ย
เป็นโปรเจคของพี่จี๊ดกับกี้ เพราะกี้บอกพี่เขาไปว่าอยากเล่นหนังค่ะ
เพราะว่าจากที่เล่นละครเวทีอะไรอย่างเนี้ย
ซึ่งเราก็ยังเป็นคนที่ยังไม่มีความสามารถกับตรงนี้
แต่ว่ารู้เลยว่าเมื่อลองแสดงดูก็ชอบแล้วล่ะ อยากจะเล่นจะแสดงหนังแล้วล่ะ
พี่จี๊ดก็เลยบอกว่าโอเคกี้ลุยเลย ก็เลยเริ่มขึ้นกันตั้งแต่ปีที่แล้วค่ะ”
พอพี่เขามาจากไปอย่างนี้ จะเลิกโครงการนี้เลยหรือเปล่าคะ
“ไม่อยากเลิกนะคะ...เพราะว่าเป็นความตั้งใจของพี่จี๊ดเขานะคะ
แต่ว่าทั้งกี้แล้วก็ทั้งแกรมมี่ทุกคนที่สนิทกับพี่จี๊ดทุกคนก็ยังเศร้าและยังตกใจไม่หายที่พี่เขาจากไปนะคะ
ก็เลยยังไม่ได้คุยกันลึกซึ้งเรื่องงานที่ยังค้างคาอยู่
ตอนนี้ก็ยังเป็นช่วงที่เราทำใจกันอยู่ค่ะ ก็ล้มป่วยกันไปเป็นแถวๆ ค่ะ”
งานที่ทำไปกี่เปอร์เซนต์แล้วคะ
“งานนี้ยังไม่ถึงตัวนิโคลเลยค่ะ คือเป็นช่วงการเตรียมงานระหว่าง ‘พี่ดี้-พี่จี๊ด’
แล้วก็ทางแกรมมี่แกรนด์...คือเป็นโปรเจคแกรมมี่แกรนด์ค่ะ”
ก็อยากจะเล่นเป็นแนวไหนคะ
“คือแนวที่อยากจะเล่นเป็น ‘โรแมนติคคอมแมนดี้’ อยู่แล้ว อยากจะให้เป็นดราม่า
มีร้องไห้มีหลายๆ อย่างประมาณว่าเป็นออเทอร์อินนิวยอร์คเคยดูมั้ยคะ
คือมีให้คนดูร้องไห้ไปด้วยอะไรไปด้วย
ก็กี้พูดกับพี่เขาไว้พี่จี๊ดก็คิดออกมาเป็นฟิวส์นั้น
แต่ว่าเรื่องของพระเอกนี่จะยากหน่อย
เพราะว่าภาพของนิโคลเนี่ยก็จะคู่กับใครดีล่ะนึกออกมั้ยคะ
ก็คิดกันเยอะเหมือนกันเกี่ยวกับหนังจะคู่กับพระเอกคนไหนดี ก็ดูกันใหญ่เลยว่าใครหล่อ
หรือว่าเราจะเอาฟิวส์แบบว่าพระเอกเป็นผีอะไรแบบนี้ดี
หรือว่าเป็นพระเอกต่างประเทศไปเลย ซึ่งมองไปทางญี่ปุ่นอยู่ค่ะ
มองดาราญี่ปุ่นอยู่ค่ะ
สำหรับตัวกี้นี่เรื่องพระเอกจะคิดไม่ออกรู้อย่างเดียวว่าอยากเล่นหนัง
ส่วนซาว์นแทรคนี่กี้ก็ร้องเอง
เหมือนกับว่าเป็นหนังทั่วไปมีซาวน์ดแทรคทีนี้เรื่องรายละเอียดต่างๆ
กี้ก็ไม่อยากจะพูดมาเยอะเพราะว่ามันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงแล้วด้วยที่ว่าพี่จี๊ดไม่อยู่แล้วนะคะ
จะเป็นอย่างไรนี่ก็ไม่ทราบค่ะ เพราะว่ายังไม่ได้คุย
ตัวกี้ก็ยังเสียใจกับการจากไปของพี่เขาค่ะ”
เหมือนกับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้อยากจะทำให้เป็นอนุสรณ์ของพี่จี๊ดหรือเปล่าคะ
“ใช่ค่ะ...กี้อยากทำ ต่อไปนี้นิโคลทำอะไรก็เป็นอนุสรณ์ของพี่จี๊ดคนเดียวแล้วค่ะ
พี่เขาปั้นหนูมาแล้วกัน ตั้งแต่เป็นนิโคลจากไหนไม่รู้ ตอนกี้มาทำเพลงก็อายุ 24
แล้วค่ะ ก็ถือว่าอายุมากสำหรับคนที่จะมาออกเทปครั้งแรก
พอมาพี่จี๊ดก็มองหน้าแล้วบอกว่าจะเอาอย่างไงดีว่ะเนี่ย
(หัวเราะ)...หนักเหมือนกันนะเนี่ยต้องคิดคอนเซ็ปต์พี่เขาเป็นคนคิด ‘กะโปโล’
‘บุษบาหน้าเป็น’ พี่จี๊ดก็คิดค่ะ...ก็คือเขามีบุญคุณกับกี้มากค่ะ แล้วก็กับหลายๆ
คนด้วย คือพี่เขาอยู่เบื้องหลังนักร้องหลายคนมากค่ะ
แต่ว่ากี้เนี่ยเจอผู้กำกับตัวกี้คนเดียวคือพี่จี๊ดนี่แหละค่ะ“
คือหมายความว่าถ้าไม่มีพี่จี๊ดก็ไม่มีนิโคลวันนี้ด้วยหรือเปล่าคะ

“คือเราไม่อาจจะรู้ตรงนี้ว่ามีหรือไม่มีนะคะ...แต่ที่แน่นอนก็คือที่มีก็เพราะว่ามีพี่เขาค่ะ
แต่ก็มีคนอื่นด้วย มีพี่ดี้ พี่นิ่ม แล้วก็ทีมงานเบื้องหลังเยอะแยะมากมาย
แต่ว่าชัดเจนคนหนึ่งคือพี่จี๊ดจริงๆ ค่ะ”
ความคิดที่อยากจะเล่นหนังเริ่มจากตรงไหนคะ
“เริ่มจาก ‘อโรคา’
ค่ะ...เล่นละครเวทีเรื่องนี้ค่ะก็เลยทำให้เกิดความคิดอยากจะเล่นภาพยนตร์ขึ้นมาค่ะ”
ถามถึงเรื่องความรักบ้างว่าตอนนี้เป็นอย่างไงบ้าง

“สบายดีค่ะ...(หัวเราะ)...เต็มเปี่ยม...สถานภาพระหว่างนิโคลกับปีเตอร์ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ค่ะ
จริงๆ แล้วไม่อยากได้ฉายาผู้หญิงปากแข็งของปี (หัวเราะ) มีคนเขาได้ไปแล้ว
ตอนนี้ก็ยังสนิทกันเหมือนเดิมค่ะ...”
แล้วที่มีข่าวว่าเลิกกันล่ะคะ
“ก็จะเลิกกันได้อย่างไงล่ะค่ะ ก็เป็นเพื่อนกันตลอดมาค่ะ
คือต้องบอกตามตรงนะคะว่าอยู่ตรงนี้มันก็จะลำบากกว่าการที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้
ก็อาจจะมีข่าวต่างๆ บ้าง บางทีก็ขึ้นหน้าหนึ่งอะไรแบบนี้ (หัวเราะ) แต่เราก็จะ O.K.
กับข่าวนะคะ กลายเป็นเรื่องตลกไป ข่าวต่างๆ
ที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้สัมพันธภาพของเราเปลี่ยนแปลงเลยจะขำมากกว่าค่ะ
แต่ก็แปลกใจว่าทำไมมีคนให้ความสนใจเยอะสำหรับเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะโทรไป เฮ้ย!
ยูพูดอะไรออกไปคือเราเข้าใจตรงนี้ว่าเป็นอย่างไงค่ะ
ทุกวันนี้ก็ยังเหมือนเดิมเจอะกันก็ทักกันคุยกันเหมือนเดิมค่ะ”
มีเวลานัดทานข้าวกันบ้างมั้ยคะ
“โอ้...ตอนนี้ไม่มีเวลาเลยค่ะ เพราะว่าเซเว่นกับงานสากลชนกัน
นิโคลก็ไม่ค่อยมีเวลาแล้วค่ะ”
สรุปว่า ‘นิโคลกับปีเตอร์’ เป็น...?
“เพื่อนสนิทค่ะ (หัวเราะ) (ถ้าอย่างนี้ถ้ามีหนุ่มๆ
คนอื่นมาจีบนิโคลก็เปิดใจรับสิค่ะ)
ก็มันมีน่ะสิค่ะเนี่ย...ก็เลยยังไม่เคยคิดว่าจะทำอย่างไง (หัวเราะ)”
แสดงว่าเปิดโอกาสให้กับหนุ่มๆ คนอื่นบ้างใช่มั้ย
“อื้อหือ...แถลงกันตรงนี้เลยเหรอ (หัวเราะ) ไม่คิดตรงนี้ดีกว่านะคะ
ถ้ารอไม่มีมาก็ยังไม่รู้จะทำยังไง (แต่ตอนนี้ก็ 27 แล้วนะ) แน่ะๆ
เข้าอายุนิโคลอีกแล้ว คือนิโคลเคยคิดตอน 24 ค่ะ เพราะว่าเราจะวาดฝันตอน 27
เราจะแต่งงานมีลูกมีบ้านสีขาวมีหมามีแมวอะไรอย่างนี้
แต่พอเรามาอินกับงานแล้วเราจะคิดอยู่กับงานเราก็เลยจะไม่ค่อยคิดถึงเรื่องนั้นเลยค่ะ
เพราะว่าเมื่อเราคิดเราฝันเราตั้งความหวังไว้แล้วมันไม่เป็นอย่างนั้นก็ทำให้เราผิดหวังก็เลยไม่คิดดีกว่าค่ะ
คือเหมือนกับว่าเราโตขึ้นแล้วเรามีความคิดไกลขึ้น
อย่างเพื่อนของนิโคลเขาก็แต่งงานมีลูกกันหมดแล้วเขาก็มีทางของเขาไปแบบนั้น
ส่วนของนิโคลก็ร้องเพลงแล้วชีวิตก็ตื่นเต้นไปอีกแบบหนึ่งมีความสุขไปอีกแบบหนึ่งค่ะ
นิโคลก็ไม่ได้อิจฉาเพื่อนที่มีครอบครัวนะคะ ก็จะไปหาไปเล่นกับลูกเขาอะไรแบบนี้
คือถ้าเราอยากเล่นกับเด็กก็ไม่จำเป็นจะต้องมีลูก ก็ไปเล่นกับลูกเพื่อนก็ได้ค่ะ
คือตอนนี้นิโคลก็มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนอะไร
เราทำงานตรงนี้ก็แฮ็ปปี้อยู่ตรงนี้ค่ะ”
ชีวิตของนิโคลแต่ละวันเป็นอย่างไรบ้างคะ
“ก็คือทำงานเสร็จก็กลับบ้านนอน
ตื่นเช้ามาผู้จัดการก็มารับที่บ้านแล้วเขาก็จะบอกคิดเราว่าเออ...เป็นอย่างนี้นะกี้
เดี๋ยวไปนี่นะๆ อะไรแบบนี้ค่ะ ก็พอทำงานเสร็จกลับบ้านเราก็นอนตื่นเช้ามาก็เริ่มใหม่
แต่ก็จะมีวันที่ไว้เป็นส่วนตัวก็มีนะคะ
มีอยู่วันสองวันให้เราได้ชาร์ทแบตเตอร์รี่หน่อยค่ะ”
กี้ไม่กลัวชีวิตบั้นปลายจะเหงาเหรอถ้าเราไม่มีเพื่อนคู่กาย
“ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจนะ
เหงากับไม่เหงาเนี่ยบางทีกี้อยู่กับคนเป็นล้านกี้ก็ยังเหงาได้เลย
บางทีอยู่กับพ่อแม่กี้ก็เหงาค่ะ อยู่กับคนที่รักก็ยังเหงา มันอยู่ที่ใจค่ะ
เราต้องเป็นคนที่แฮ็ปปี้กับข้างในค่ะ ก็พยายามแก้นะแต่ว่าก็ไม่หาย
ก็เป็นคนขี้เหงาค่ะ ถึงแม้ให้แต่งงานมีแฟนมีครอบครัวก็คงจะไม่หายเหงาค่ะ
มันคงอยู่ที่ตรงนี้เราต้องทำให้ตัวเองหายเหงาให้ได้...ออกเป็นติสหน่อยๆ ค่ะ”
วิธีแก้เหงาของกี้เป็นอย่างไงค่ะ
“จะจดบันทึกค่ะ แล้วก็ร้องเพลงดูทีวี
บางทีเรียกเพื่อนมาก็ยังไม่ได้ทำให้กี้หายเหงานะคะ
ก็เลยรู้ว่ามันอยู่กับตัวเราอยู่จากข้างในตัวเรา มันเหงาออกมาเองค่ะ จริงๆ
แล้วก็อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองนะ
เพราะว่ากี้ก็ทราบค่ะว่านี่เป็นจุดอ่อนของตัวกี้เองค่ะ เป็นคนขี้เหงาเราก็พยายามแก้
แต่ว่าบางทีก็หายคือกี้เล่นกีฬาแล้วหายเหงาจริงๆ เพราะว่าเล่นกีฬาแล้วมันเหนื่อยค่ะ
ก็เลยหันมาเล่นกีฬาเยอะๆ กีฬาที่ชอบตอนนี้ก็คือ ‘เจ็ทสกี’ ค่ะ”
แล้วมีโอกาสไปดำน้ำบ้างมั้ย
“อีก 2 เดือนจะไปดำน้ำค่ะ
ที่สิมิลันค่ะปกติเวลาดำน้ำพี่จี๊ดจะไปเล่นด้วยแต่ว่าคราวนี้กี้จะดำลงไปแล้วเอาพี่จี๊ดดำลงไปด้วยค่ะ
ก็มีกระดูกของเขาค่ะ เพราะว่าพี่เขารักทะเลมาก
เวลาไปกันทีจะไปกันเยอะค่ะมีทีมงานไปด้วย (แล้วปีเตอร์ล่ะ) อ๋อ! เขาไม่ดำน้ำค่ะ
(จริงเหรอ)...จริงๆ ค่ะ”
กี้คะคุณพ่อ-คุณแม่หวงมั้ย
“ไม่หวงแล้วค่ะ...แต่ว่าเมื่อก่อนจะหวงมากค่ะ
ตอนนี้ก็โตแล้วค่ะท่านก็จะเป็นห่วงเฉยๆ ค่ะ”
งานโฆษณามีอะไรบ้างคะ
“ก็ตอนนี้มี AIS แล้วก็โฆษณาอีก 3 ตัวค่ะ กี้จะต่อสัญญาปีต่อปีค่ะ
พอเรามีสัญญากับเขาแล้วเราจะไม่รับสินค้าที่ใกล้เคียงกับเขาค่ะ
ไม่ใช่ว่าเพราะสัญญาอะไรหรอกนะคะ
เป็นเพราะว่าความเกรงใจถ้าเกิดว่าเราหมดสัญญากับเขาไปแต่เราก็ไม่รับสินค้าใกล้เคียงกันค่ะ
เพราะว่าถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของเขาแล้ว
แต่ว่าภาพของเราก็ยังอยู่กับเขาค่ะ”
เอาเงินไปทำอะไรหมดคะ เงินเก็บเยอะแล้วสิ

“เงินเก็บเยอะมั้ยก็คือเงินที่มีก็เอาไปลงทุนค่ะ...เล่นหุ้นเล่นอะไรไปเป็นหุ้นต่างประเทศค่ะ
ก็จะมีคนให้คำปรึกษาโปรกเกอร์น่ะค่ะ เวลาหุ้นขึ้นลงตัวไหนควรซื้ออะไรแบบนี้
ก็นับว่าจริงจังพอสมควรค่ะเพราะว่าลงไปเยอะพอสมควร
ถ้าลงไปเยอะเขาเรียกว่าจริงจังหรือเปล่าค่ะ แต่ว่าไม่สามารถบอกตัวเองได้ค่ะ
เหตุผลที่กี้เล่นก็เพราะหนึ่งเราเรียนมาด้วยแล้วมีความรู้สึกว่าน่าสนใจแล้วเราก็ติดตามพอติดตามก็รู้ว่า
เออ..มันน่าศึกษานะ เล่นหุ้นเนี่ยเราเห็นผลแน่นอนค่ะ
เป็นการลงทุนที่คิดว่ามันท้าทายลุ้นแล้วก็ต้องฉลาดด้วยแล้วเงินเราก็เติบโต
แต่ถ้าเรามีเงินเราปล่อยมันไว้เฉยๆ มันก็จะอยู่อย่างนั้นแหละ
แต่ถ้าเราเอาไปลงทุนเงินมันก็เพิ่มอย่างกี้เนี่ยจะไม่ถนัดเอามาเปิดร้านหรือทำนู่นทำนี่เราไม่เป็นค่ะ
เราไม่เคยแล้วก็ไม่มีเวลาด้วย
แต่อย่างหุ้นเนี่ยเราเปิดหนังสือพิมพ์หรือเปิดอินเตอร์เน็ตก็มีข้อมูลแล้วค่ะ
แล้วก็มีคนแนะนำค่ะก็เลยเล่นหุ้นดีกว่า คนที่คอยแนะนำเราเขาก็เป็นแบบบริษัทค่ะ ชื่อ
บริษัท เซลามอนซ์ส โมนี่ เป็นทั่วโลกเลย กี้เล่นมา 3 ปีแล้วค่ะ
ก็พอได้ตังค์มาก็ลงหุ้นค่ะ (หัวเราะ) ก็ถือว่าประสบความสำเร็จกับการเล่นนะคะ
คือถ้าเล่นจริงๆ จังๆ เนี่ยจะทราบเลยว่า 1 นาทีเราจะได้ถึงขนาดนี้เลยหรือว่า 1
นาทีจะหายไปเป็นล้านก็มีนะค่ะ
แต่ของกี้นี่จะเล่นออกไปทำนองว่ามีหุ้นหลายปีมารวมกันซึ่งในระยะยาวมันก็จะไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ
ค่ะ ตอนนี้ 5 ปีที่ลงทุนไปกำไรก็ได้คืนมาประมาณ 70% ค่ะ
ที่บริษัททุกเดือนเขาจะพิมพ์สเตทเม้นท์มาให้เราดูทุกเดือนทำเป็นกร๊าฟให้เราดูว่าขึ้นลงอย่างไงค่ะ
ส่วนเงินก็จะอยู่ในมันนี่มาร์เก็ตซึ่งไม่ได้ฝากเป็นแบงค์เซฟวิ่งธรรมดาเป็นเงินที่เราสามารถเอามาใช้ได้
แต่ถ้าเราไม่เอามาใช้เราจะได้เปอร์เซ็นต์มากกว่าที่เราฝากแบงค์นะคะ
ก็สมมติว่าเราฝากแบงค์ได้ 3% ใช่มั้ยคะ แต่นี่ได้ 8% คือจะเป็นในลักษณะนั้นค่ะ
ก็ไม่เสี่ยงนะคะเพราะว่าเราจะเห็นว่ามันค่อยๆ ไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ
ถึงแม้ว่ามันตกเนี่ยตัวที่มันตกกับตัวที่มันขึ้นก็จะบัลล๊านซ์กันค่ะ
เราก็จะไม่บาดเจ็บมากแต่ถ้าเราเล่นหลากหลายมันก็จะค่อยๆ พยุงกันไปค่ะ”
วันนี้ก็รบกวนเวลาของนิโคลนานแล้วนะคะ จะต้องให้นิโคลฝากอะไรแล้วล่ะค่ะ
“ก็อยากจะฝากผลงานเพลงสากลของกี้ด้วย แล้วก็ฝากให้ไปดูคอนเสิร์ตเซเว่นกันเยอะๆ
ด้วยนะคะ ขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่มีให้นิโคล ขอบคุณทุกคำเป็นห่วงค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ แล้วยังไงก็อย่าลืมติดตามอัลบั้มเพลงสากลชุดแรก ‘ANOTHER PART
OF ME’ ของนิโคล ซึ่งเลือกเอาเพลงฮิตจาก 2 อัลบั้ม ‘กะโปโลคลับ’ กับ
‘บุษบาหน้าเป็น’
มาเรียบเรียงและเขียนเนื้อร้องเป็นสากลขึ้นมาใหม่ค่ะ...ตอนนี้ก็ถ่ายทำมิวสิควีดีโอเพลง
‘STEALING’ ก็ใช้เวลาถ่ายทำทั้งหมด 3 วัน สนุกมาก... 2
วันแรกเดินทางไปถ่ายกันที่ปราณบุรี ประจวบฯ โน่นแน่ะ ก็ไม่เหนื่อยค่ะ
เหมือนไปเที่ยวมากกกว่าเพราะอากาศเย็นสบาย ทะเลก็สวย
ส่วนอีกวันก็ถ่ายในสตูดิโอ...ก็อย่าลืมติดตามชมกันให้ได้นะคะ...ขอบคุณค่ะ”
เป็นไงเอ่ย...รวดเร็วทันใจหายคิดถึงกันไปเลย
เพราะได้ทักทายกันแบบทุกเรื่องราวจริงๆ
ยังไงก็อย่าลืมอัลบั้มเพลงสากลชุดแรกที่ก้าวสู่อินเตอร์ของ ‘นิโคล เทริโอ’
ซึ่งมีเพลงน่าฟังมากมาย อาทิ I’LL BE THERE, HOLDING MY LOVE, SYMPHONY,
โดยเฉพาะเพลง STEALING ที่มีน้องชายนายปีเตอร์ ‘ไม่เคิล คอร์ป ไดเรนดัล’
ร่วมแสดงด้วย...อย่าลืมพบกันใหม่...เป็นกำลังใจให้กันในฉบับหน้าด้วยนะ...สวัสดีจ้า...


Brought to you by
Smile gang magazine

back