เพื่อนคู่ซี้ของ
นิโคล เทริโอ

 

ผู้หญิงที่สดใส ตามฉายาบุษบาน่าเป็นคนนี้ บอกว่าเธอมีเพื่อนเยอะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อน นอกวงการเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียน
ส่วนเพื่อนในวงการนั้น ก็มีหลายคนไม่ว่าจะเป็นสาวๆในวง เซเว่น หรือเพื่อนชายคนสนิท ที่ชื่อปีเตอร์ แต่เพื่อนซี้ 
ที่จะมาพูดในวันนี้ เป็นเพื่อนในวงการ ที่เธอบอกว่า ...สนิทที่สุด..ด..ด

รู้จักกับมิเชลได้ยังไง?

"มิเชลนี่รู้จักตั้งแต่ เข้าแกรมมี่ใหม่ ๆ ประมาณ 5 ปีแล้วละค่ะ ตอนนั้นยังไม่สนิทมาก แต่ว่ารู้สึกว่าคุยกับเขาเนี่ย
มันคุยกันถูกคอที่สุด ถึงแม้เขาจะเด็กกว่ากี้มาก แต่ว่าเขาเป็นคนที่โตพอสมควร ความคิดอะไรโต คุยก็เข้าใจ"

เพราะเป็นลูกครึ่งเหมือนกันด้วยหรือเปล่า?

"ไม่เกี่ยว กี้คิดว่ามันไม่ได้อยู่ที่ เรื่องของภาษา คิดว่ามันอยู่ที่ เรื่องมุมมองอะไรที่มันคล้ายกันมาก แล้ว
เวลาเขามีปัญหาอะไร เขามาถามกี้กี้จะบอกแล้วเขาก็จะฟัง หรือกี้มีปัญหาอะไร เขาจะให้คำแนะนำที่ดี
ที่เข้าท่าทีเดียว ก็จะช่วยกันไปก็ถือว่าเป็นเบสเฟรนด์"

ครั้งแรกที่เห็นมิเชล โดยที่ยังไม่ได้รู้จักเขาเลย รู้สึกว่าเขาเป็นคนยังไง?

"เป็นเด็กซ่ามาก เป็นเด็กที่มั่นใจ… คือกี้ก็ไม่ใช่เป็นเด็กเรียบร้อยอะนะคะ แล้วก็มาจากโรงเรียนอินเตอร์
 ก็เห็นว่าเขาเป็นเด็กอินเตอร์คนนึง เพราะเด็กอินเตอร์จะกล้าแสดงออก แล้วก็เลยชอบเขา"

พอรู้จักกันจริง ๆ เขาเป็นเหมือนที่เราคิดไหม?

"ก็เป็น ก็ซ่าเนี่ย ก็ทั้งซ่าทั้งมันเป็นคนที่ตรงด้วย เป็นคนที่ตรงไปตรงมา ถ้าคิดอะไรเนี่ย พูดออกมาตรงๆเลย
 กี้ชอบตรงนี้มาก เพราะว่ามันไม่ต้องอ้อมค้อมไม่ต้องเสียเวลา มีอะไรก็พูดไปเลยซึ่งจริง ๆ แล้วกี้ ก็เป็นคนอย่างนั้น
 2 คนก็เลยอยู่กันได้"

มีเหตุการณ์อะไรที่เขาทำให้เราประทับใจมากที่สุด?

"มันบอกไม่ได้ว่ามันเป็นหนึ่งเหตุการณ์ แต่ว่าเอาเป็นว่ารวม ๆ เนี่ยเมื่อต้องการใคร รู้สึกเขาจะอยู่ตลอด
 เขาเป็นคนที่ ... a friend in need อะคือ if I need a friend เนี่ยเธอจะอยู่ มันจะประมาณนั้นอะ คือว่างพอดี
 ติดงานอะไรอย่างน้อย ก็ส่งเมสเสจ กันคุยกัน ก็โอเคทุกอย่างโอเคตลอด"

มีอะไรที่กี้เป็นห่วงมิเชลบ้างไหม?

"บางที…อีกอย่างที่ชอบอยู่กับเขาเนี่ย เพราะว่า ..คือเพื่อนกี้เยอะค่ะ ที่ไม่ได้อยู่ในวงการ
 แต่กับเชลเนี่ยมันจะมีเพิ่มขึ้นมาหน่อย คือว่าทำงานเหมือนกัน มันก็เลยเข้าใจ ตรงที่คนอื่นเขาไม่เข้าใจ
 ในเรื่องเวลาแล้วความเหนื่อย มันจะเหนื่อย ไม่เหมือนกับคนอื่นเขา ก็เป็นห่วงสุขภาพเวลาทำงานหนัก ๆ
 ก็จะเห็นว่าเขาเหนื่อยกี้ ก็เหมือนกันก็คอยดูแลกันทั้งคู่"

โดยส่วนใหญ่ใครจะเป็นคนโทรหาใครก่อน?

"ต่างคนต่างโทร ถ้าไม่โทรบางทีก็ไม่โทรกันเลยแต่ก็เมสเสจกัน แต่ถ้าหายไป เป็นอาทิตย์กี้ก็จะไม่งอนเขาไง
  กี้ก็เคยหายไปเป็นอาทิตย ์เชลเขาก็ไม่งอนกี้ไง พอโทรไปเชลก็จะอ้าว! How are you? อะไรเงี้ย
 คือจะไม่มีงอนกัน"

ส่วนมากแล้วเขาจะมาปรึกษากี้เรื่องอะไร?

"คือกี้คิดว่า เพราะว่ากี้โตด้วยกี้เป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็รู้ตัวเองแล้ว ผ่านวัยที่ยังจะค้นหาตัวเองเนี่ยผ่านไปแล้ว
 เพราะว่ารู้แล้วว่าเราเป็นยังไง เชลนี่ก็คือตามอายุ เขาก็ยังอยู่ในวัยที่ยังค้นหาอยู่ ซึ่งคิดว่ากี้เนี่ย
 เป็นเพื่อนที่ดีสำหรับเขา ในเรื่องที่บางทีเขาก็งง ๆ ว่าเอ๊ย.. อะไรยังไงดี กี้ก็จะให้คำแนะนำ แล้วเขาก็ฟังไม่ฟัง
 กี้ก็ไม่ค่อยถือว่า เธอต้องฟังชั้นนะไม่ใช่ แค่แนะนำเฉย ๆ หรือว่าบางทีเนี่ย ถ้าเขาอยู่กับคนรุ่น ๆ เดียวกับเขาเอง
 มันกำลังค้นหากันทั้งคู่ มันอาจจะมีขัดแย้งกันก็ได้ อันนี้ไม่รู้สมมติน่ะ คิดว่าถ้าคนนึงเฟิร์มเนี่ย มันก็เข้าใจ
 แต่เราไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน เชลเขาจะสดชื่น บางวันก็มาเป็นนางแบบเลยนะ ใส่ส้นสูงรวบผมตึงมา
 แบบเป็นนางแบบโมเดลมาเลย ก็จะแซวเขาว่าอ้อ! เนี่ยวันนี้เธอเป็นนางแบบมาเลยใช่มะ
 อีกวันนึงมาก็จะลากบู้ทเก่า ๆ ใส่กระโปรงยาว ๆ แล้วก็ใส่สร้อยประมาณ 10 กว่าเส้นกำไล อ้อ!วันนี้เธอเป็นฮิปปี้
 ข้าวสารใช่มะ.. กี้ก็จะชอบไง เพราะเราก็ไม่ทำแบบนี้(หัวเราะ)"

เพื่อนอีกคนที่สนิทด้วยมาก ๆ แม้ตอนนี้จะห่าง ๆ กันไปด้วยเวลาที่ไม่ตรงกัน แต่ยังไงเพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนเสมอ...

รู้จักกับอั๋นได้ยังไง?

"เรียนร้องเพลง ดำน้ำด้วยกัน ไปกินข้าวไปช้อปปิ้ง ล่าสุดไปเจออั๋นที่ฮ่องกง อั๋นสนุกอะ อั๋นเป็นคนคุยเก่ง
 เป็นคนที่ซื้อของกระจุ๊กกระจิ๊กชอบถ่ายสติ๊กเกอร์ แล้วกี้ก็จะชอบถ่ายสติ๊กเกอร์ก็จะแลกเปลี่ยนกัน"

สิ่งที่กี้ประทับใจในตัวอั๋น?

"คุยเก่งมาก บางทีจะมีศัพท์แปลกๆออกมาประโยคละคำอะ แล้วกี้ก็จะ.. ฮ้ะ!อะไรนะ เพราะกี้ไม่ค่อยเก็ท
 อยู่กับอั๋นแล้วดี เพราะเราได้คำเก๋ ๆ มาใช้"

ทำไมถึงได้ห่างๆกันไปคะ?

"อั๋นเป็นดีเจ เขาจะเป็นงานหลักแล้ว ด้วยเหตุนี้เลยไม่ค่อยได้เจอ แล้วเขาก็เรียนด้วย อั๋นอะยุ่ง อั๋นยุ่งมาก
 แล้วช่วงที่กี้ว่างอั๋นก็ทำงาน มันก็เหมือนกับกี้กับเพื่อน ที่โรงเรียนที่เขาทำงานประจำ"

ช่วงก่อนที่จะห่าง ๆ กันไปได้เจอกันบ่อยแค่ไหน?

"อุ้ย! เจอกันบ่อยมาก บ่อยแบบเจอกันเกือบทุกวัน เพราะ หนึ่งเรียนร้องเพลง ก็มีอั๋น มีฮัท ศิววงศ์ แล้วก็มีปีเตอร์ มีกี้
 4 คนเนี่ยเจอกันทุกวันเลย เป็นเวลาปีนึง"

เรียนทุกวันเลย?

"วันเว้นวันค่ะ แต่มันมีคลาสอื่นด้วย มันมีเต้น มีบุคลิกภาพต้องเรียนหมด แล้วก็ก่อนจะเจอเนี่ยมันเรียนบ่าย 2
 โมงใช่ไหมคะ ก่อนเจอก็รีบนี่เลยไปซื้อขนมข้างล่างหน้าตึกกินกันแบบปากเปิกเลอะ แล้วทีนี้พี่นิ่มสีฟ้าเข้ามา
 ก็รีบยังไม่ทันกลืนเลยอะ คือห้ามกินในห้องไง.. .ประมาณนี้ สนุกมากตอนเรียนนี่เป็นอะไรที่น่าจดจำมาก"

ใครออกเทปก่อน?

"อั๋นก่อนเพื่อนเลย เพราะอั๋นเป็นละครก่อน แล้วก็กี้แต่กี้ไม่ได้ ออกชุดเต็ม แล้วก็เตอร์ ฮัท"

ช่วงนั้นคุยกันบ้างไหมว่าฉันออกเทปแล้วนะ?

"คุย ๆ ก็ถามเอ้ย!เป็นไง เข้าห้องอัดไปเป็นไง เขาก็แบบดี ๆ ก็ตื่นเต้นแทน เขาก็จะมาเปิดเดโมให้ฟังกัน
 กี้รู้สึกว่าจะเป็น คนสุดท้าย ที่ออกกะโปโล แต่สุดท้ายเนี่ยก็ไม่ได้นานมาก ก็ห่างกันแค่เดือนสองเดือน เพราะว่า
 ออกปีเดียวกันหมดเลยทั้ง 4 คน"

มีอะไรที่เป็นห่วงอั๋นบ้างไหม?

"ไม่เป็นห่วงเลยนะ เพราะรู้สึกว่าเขาโอเคหมดเลย เขาเป็นคนที่มีเอเนจีอะนะคะ ไม่ว่าจะงานยุ่งมากแค่ไหน
 เขาทำได้ เขาสดชื่น แล้วเป็นคนมีอัธยาศัยดีไม่เป็นห่วงอะไรเขาเลย เขาอะเป็นห่วงกี้ อั๋นชอบโทรมา
 บอกนี่เธอเป็นไงบ้าง ไม่คุยกันเลยสบายดีหรือเปล่า เขาจะเทคแคร์คอยถามไถ่"

ระหว่างอั๋นกับมิเชล เพื่อนผู้หญิงกับผู้ชายมีความแตกต่างกันไหม?

"ไม่นะคะ เพราะว่ากี้เอาความเข้าใจเป็นหลัก เอาคุยกันภาษาเดียวกัน มุมมองอะไรเหมือนกันเป็นหลัก
 เพราะว่าบางคนเนี่ย ให้เจอกันทุกวันเป็นปีเนี่ย พยายามแค่ไหนคุยกันแค่ไหน ถ้ามันไม่คลิก! มันจูนกันไม่เจอเนี่ย
 ยังไง มันก็ไม่สนิทไปกว่านั้นอะ แต่ถ้าเจอกันแค่วันเดียว อย่างเชลเนี่ยเจอวันเดียวคุยครั้งเดียว ทันทีเลยเพื่อนซี้ปึ้ก
 บอกความลับกันเลย เพราะว่าเห็นเลยว่าคนนี้ใช่ มันเป็นความรู้สึก"

เพื่อนไม่จำเป็นต้องมีเยอะ ขอแค่เป็นเพื่อนแท้ที่จริงใจต่อกัน มีแค่คนสองคนก็พอแล้ว จริงไหม..


Brought to you by
www.siam2you.com

back