ชีวิตชีวาในโชคชะตาของ
นิโคล เทริโอ

        

    ร่างเล็กและบอบบางคล้ายวิโนน่า ไรเดอร์ เดินเข้ามาในสตูดิโอ image พร้อมกับเอ่ยปากทักทายผู้คนด้วยเสียงใสราวนกร้องเพลงยามเช้า ดวงตาคู่สวยแพรวพราวเหมือนมีดาวกะพริบอยู่ในนั้น สามปีผ่านไปนับจากเข้าวงการ ภาพลักษณ์ของนิโคล เทริโอ ยังไม่พ้นเด็กซนที่แสร้งทำเป็นเรียบร้อยในห้องเรียน แต่ถ้าแอบค้นในกระเป๋าจะเจอลูกกวาดและหนังสือการ์ตูนที่ซ่อนไว้ใต้ตำราเรียน
   
นี่แหละคือภาพพจน์ที่ทำให้เธอเป็นขวัญใจของแฟนเพลงค่อนประเทศ อัลบั้ม "กะโปโลคลับ" กลายเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์สำหรับต้นสังกัดแกรมมี่ฯ เมื่อนึกว่า นี่คือการตอบรับให้กับนักร้องที่น่าจะปรากฏตัวก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว คุณภาพเต็มเปี่ยมของงานเพลงและบุคลิกที่น่ารัก คือเหตุผลที่ทำให้เธอเป็นที่รักของใครต่อใคร
   
image เชื่อว่าคุณก็เป็นคนหนึ่งในนั้น-คนที่รักนิโคล เทริโอ

ทราบมาว่านิกกี้เรียนบริหารธุรกิจจากเอแบค แล้วก็โอนไปเรียนศิลปะที่อเมริกา
อยากรู้เหตุผลว่าทำไมถึงเปลี่ยนสายการเรียนเสียล่ะ?

"คือศิลปะเป็นสิ่งที่กี้ชอบมานานแล้ว ตอนเด็กๆ ก็ชอบวาดรูปมาตลอด แล้วคุณปู่ก็มีแกลลอรี่อยู่ที่แคลิฟอร์เนีย คุณปู่สอนกี้วาดรูปมาตั้งแต่เด็ก ที่มาเรียนด้านธุรกิจนี่เพราะคิดว่า จะช่วยเราในการทำงานได้ แต่ต้องยอมรับว่าเรียนแล้วไม่สนุกหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นพอเห็นโอกาสว่าเราสามารถ transfer ไปเรียนที่อเมริกาได้ กี้เลยเลือกเรียนโรงเรียนอาร์ต"

คิดว่าทั้งสองสาขาที่เราเรียน มีอะไรบ้างที่เป็นจุดร่วมกัน?

"ก็ทุกอย่างต้องมีธุรกิจเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่แล้วใช่ไหมคะ อย่างที่เรียนธุรกิจนี่ ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือการเรียนพวก management และ organization วิชาพวกนี้เราสามารถนำมาใช้กับวิชาศิลปะที่เราเรียนได้เพราะอย่างไงเราก็ต้อง interact กับครู กับ classmate อย่างเวลาเราทำชิ้นงานออกมาชิ้นหนึ่ง เราก็ต้องขึ้นไปหน้าชั้นกับงานของเรา แล้วอธิบายให้เขาฟังว่า งานของเรามีที่มายังไง ซึ่งวิธีการพรีเซนต์ตรงนี้กี้ได้มาจากการเรียนธุรกิจ เหมือนกับต้องขายของตัวเองน่ะค่ะ"

ตอนนั้นกี้ใช้ชีวิตอยู่ทั้งที่แมสซาชูเสตส์และชิคาโก้
บรรยาการของทั้งสองเมืองต่างกันอย่างไรในความคิดของนิกกี้?

"ที่แมสซาชูเสตส์คนไทยจะเยอะค่ะ จะเจอกันตลอด นัดกันไปกินข้าวบ้าง ส่วนที่ชิตาโก้เป็นอีกแบบหนึ่ง จะอยู่คนเดียวเสียมาก กี้ก็มีทั้งเพื่อนไทยแล้วก็เพื่อนอเมริกัน
นึกถึงตอนที่นั่งอยู่ในอพาร์ทเม้นต์ที่แมสซาชูเสตส์แล้วก็มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นหิมะตกลงจนถนนขาว ต้นไม้ขาวไปหมดเลย คิดถึงภาพนั้นมากที่สุด"

นิกกี้ชอบคนอเมริกันไหม?

"ชอบในแง่เขาตรงไปตรงมา คือไม่ต้องคิดมาก สามารถพรีเซนต์ตรงๆ ซึ่งทุกวันนี้เราก็พอจะทำอย่างนี้อยู่ได้ แต่อยากได้มากกว่านี้ ซึ่งจริงๆ มันไม่ได้"

ไม่กี่วันนี้มีคอลัมนิสต์หน้าบันเทิงคนหนึ่งเขียนว่า รำคาญพวกดารานักร้องที่ชอบโวยวาย
เวลาโดนสื่อมวลชนเขียนข่าว เขาบอกว่าถ้าเป็นคนของประชาชนแล้ว
ก็ต้องรับเรื่องนี้ให้ได้ ถ้ารับไม่ได้ก็ไม้ต้องมาเป็น นิกกี้มีความเห็นยังไงกับเรื่องนี้?

"ในเรื่องที่ให้เปิดกว้างก็เห็นด้วยค่ะ เพราะอย่างที่บอกคือ มันเป็นอาชีพที่เราเป็นคนของประชาชน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่มีผู้คนอยากรู้เรื่องของเรา แต่ว่าจะด้วยอาชีพอะไรก็ตาม กี้ก็เห็นว่า คนเราทุกคนมีสิทธิส่วนตัวที่จะตัดสินใจว่า เรื่องนั้นเรื่องนี้เราควรจะปกปิดหรือเปิดเผย มันก็แล้วแต่คนด้วยค่ะว่า คนไหนจะเปิดมากน้อยแค่ไหน"

แล้วนิกกี้ขีดขอบเขตของตัวเองไว้แค่ไหน?

"ก็มีอย่างเรื่องครอบครัว กี้จะไม่ค่อยไปเน้นตรงนั้นมาก ไม่ใช่อยากปกปิดอะไรหรอกนะคะ แต่เราไม่อยากให้คนรอบข้างของเรา เขาไม่ได้เลือกที่จะมาอยู่ตรงนี้ ต้องถูกเราดึงให้เข้ามารับรู้ด้วย อย่างสมมติคุณพ่อกี้ขี้อาย แต่ถ้ามีคนไปสัมภาษณ์คุณพ่อบ่อยๆ จนวันหนึ่งคุณพ่อเดินไปไหนคนจำได้ ก็จะกลายเป็นว่าอยู่ดีๆ เขาต้องเข้ามาอยู่ตรงนี้โดยไม่ได้เลือก"

แน่นอนว่ามาเป็นนักร้องต้องเจอคำถามเรื่องความรักแน่ๆ
นิกี้เตรียมไว้หรือเปล่าว่าจะตอบคำถามเรื่องนี้ยังไง?

"ไม่ได้เตรียมเลยค่ะ แต่ส่วนใหญ่ถ้ามีใครถามก็จะพูดไปว่า ความรักเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องธรรมดาที่คึนเราจะต้องมีแฟน อายุก็ไม่ใช่ 15 หรือ 17 ที่ยังจะไม่มีแฟน ก็จะตอบไปกว้างๆ อย่างนั้นมากกว่า"

นิกกี้เลี้ยงแมวกับหมาใช่ไหม?

"มีแมวสองตัวค่ะ มิสตี้ตัวที่อยู่ด้วยกันที่เมืองนอกตอนนี้อายุ 6 ขวบแล้ว อีกตัวชื่อสีส้ม เพราะตัวเขาสีส้ม แล้วก็มีหมาชื่อรถถังเป็นลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ ตัวใหญ่มากเหมือนรถถัง แล้วก็มีหมาตัวเล็กชื่อฟุสโต อ่านเจอชื่อนี้ในหนังสือแล้วชอบ น่ารักดี ไม่มีความหมสยอะไรค่ะ"

นิกกี้ว่าตัวเองเหมือนแมวหรือมามากกว่ากัน?

"คงผสมกัน อย่างหมาจะซน แสดงอะไรออกมาจะชัดเจน รู้สึกอะไรจะเปิดเผยชัดเจน อย่างมองไปนี่เราจะอยู่ในสายตาเขาตลอด เขาจะเปิดเผยในความรู้สึก ซึ่งกี้คิดว่ากี้ก็มีตรงนั้นอยู่ ส่วนแมวถ้าจะเปรียบเทียบคงจะเป็นเรื่อง private จะมีอะไรส่วนตัวอยู่ ต้องไปหามุมของตัวเองแล้วอยู่ตรงนั้น พอพร้อม อยากที่จะเดินออกมาก็จะเดินออกมา แมวจะเป็นอย่างนั้น"

มีสัตว์ที่เกลียดไหม?

"ไม่ชอบงู ไม่ชอบเลย แล้วก็แมงมุม แมลงสาบ"

ว่ากันว่าคนเราแต่ละคนจะมีโรคกลัวกันคนละอย่างสองอย่าง
นิกกี้จะกลัวอะไรบ้าง?

"กลัวความสูง แต่ก็ไม่ถึงกับขนาดเดินไม่ได้ ถ้ามีอะไรกั้นอยู่ก็เดินได้ อีกอย่างคือเป็นโรคตื่น ทำอะไรก็จะตื่นเต้นมากๆ ทุกวันนี้ก่อนโชว์ก็จะเป็นทุกครั้ง เหงื่อออกที่มือจนเย็น เข้าห้องน้ำบ่อย แล้วก็นั่งไม่ติด มอส ก็เป็น กี้ว่าดีออกนะคะ เวลาออกไป performance มันจะเท่ากัน ขึ้นไปบนเวทีปุ๊บหายเลย มันดีตรงนี้ ดีกว่าบางคนตอนขึ้นไม่ตื่นเต้น แต่จะตกใจตอนขึ้นไป"

เรื่องอะไรในโรคนี้ที่ sensitive ต่อความรู้สึกของนิกกี้มากที่สุด?

"ก็มีสองสามอย่าง prostitution ก็จะทนไม่ได้ ยิ่งเมืองไทยเรายังมีปัญหาตรงนี้อยู่มากที่แก้ไม่ได้ แล้วก็การทรมานสัตว์ อย่างเรื่องช้างมาเดินในกรุงเทพฯ เห็นทุกครั้งก็จะโมโหทุกครั้ง ว่าทำไมแก้กันไม่ได้เสียที แต่ตอนนี้ก็ได้ยินมาว่าคนเขาคนเขาก็จะทำ activity อย่างเดี๋ยวนี้ก็จะมีการลงทะเบียนช้างเร่ร่อน แล้วตรวจสอบกัน ถ้าตรวจพบว่ายังมีช้างมาเดินอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ยังไม่กลับก็จะถูกปรับหรือส่งกลับอะไรสักอย่างไม่แน่ใจ"

สมมติถ้านิกกี้มีเงินอยู่ก้อนหนึ่งไว้สำหรับบริจาค
นิกกี้จะเลือกบริจาคให้ใคร ระหว่างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากับ
สถานสงเคราะห์คนชรา?

"(คิดนาน) คนชรา...กี้คิดว่าเด็กกำพร้าเขายังเป็นเด็ก เขายังมีโอกาสที่จะได้รับการเลี้ยงจากคนอื่นๆ แต่คนชราถ้าต้องไปอยู่สถานสงเคราะห์แสดงว่า เขาไม่มีครอบครัว หรือครอบครัวไม่ดูแลเขาแล้ว ซึ่งกี้คิดว่ามันเป็นเรื่องไม่ยุติธรรม บั้นปลายของชีวิตแล้วน่าจะสบาย"

รู้มาว่านิกกี้สนิทกับคุณพ่อคุณแม่มากเลย
เป็นความสนิทที่เหมือนหรือแตกต่างกัน?

"กี้กับคุณพ่อคุณแม่จะเหมือนเป็นเพื่อนกัน เพราะเป็นลูกคนเดียวใช่ไหมคะ เวลาอยู่กับพ่อจะคุยเล่นกัน โจ๊กกันเหมือนเพื่อน เพราะคุณพ่อชอบสนุก กับพ่อจะชอบดูหนังเหมือนกัน ก็เลยคุยเรื่องหนัง คุยเรื่องโจ๊ก คุยเรื่องเครื่องไฟฟ้า เหมือนอยู่กับพี่ชายน่ะค่ะ แต่กับคุณแม่จะคุยกันเรื่องช้อปปิ้ง เรื่องอะไรสนุกๆ  เหมือนผู้หญิงสองคนนั่งคุยกัน แต่พอสามคนมาเจอกัน ก็จะแย่งกันคุย (หัวเราะ)"

ถ้างั้นต้องมีโจ๊กอยู่เพียบเลยใช่มั้ย
ไหนลองเล่าโจ๊กของนิโคล เทริโอ ให้ฟังสักเรื่อง?

"อุ๊ย! มันทะลึ่งทั้งนั้นเลยนะ (หัวเราะสนุก) อืม...ไม่ได้หรอก ปาอะไรใหญ่ที่สุด (หัวเราะ) ไม่เล่าดีกว่า ไม่เอาดีกว่า มันทะลึ่งเกินไปที่จะพูด (หัวเราะ)"

ตกลง งั้นอยากจะถามคำถามสัก 4-5 คำถาม
แล้วให้นิกกี้เลือกว่าชอบสิ่งไหนระหว่างสองสิ่ง ขอเหตุผลสั้นๆ ประกอบด้วย?

"ค่ะ"

ทะเล กับ แม่น้ำ?

"ทะเลค่ะ ชอบสิ่งที่อยู่ในทะเล"

วิโนน่า ไรเดอร์ กับ กวินเน็ธ พัลโทรว์?

"วิโนน่า เขาเล่นหนังก่อนก็ชอบเขาก่อน มีเครดิตมากกว่า"

วิทนีย์ ฮุสตัน กับ มารายห์ แครี่?

"วิทนีย์ เพราะวิทนีย์มาก่อนอีกแล้ว (หัวเราะ) ไม่หรอกค่ะ เพราะวิทนีย์ฟังเขาร้องแลเวโดน อย่างเพลง When you believe ที่เขาร้องด้วยกัน พอเป็นท่อนของวิทนีย์เราจะรู้สึกมากกว่า"

วันเกิด กับ วันคริสมาสต์?

"คริสมาสต์ค่ะ เพราะทุกคนฉลองหมด วันเกิดนี่คือเราคนเดียว"

โดราเอมอน กับ ทอมแอนด์เจอร์รี่?

"ทอมแอนด์เจอร์รี่ เพราะมันมีวิธีการต่างๆ นานาที่จะไล่จับกันซึ่งสนุกมาก"

แวนโก๊ะห์ กับ มาทิสส์?

"แวนโก๊ะห์เก่งมาก แต่กี้ชอบมาทิสส์ ชอบวิธีการที่เขาใช้เส้นไม่กี่เส้นก็เป็นรูปร่าง แล้วก็ชอบวิธีการที่เขาลงสี เพียงสามสีเท่านั้นก็สามารถให้อารมณ์ได้ขนาดนั้น และดังได้ขนาดนั้น"

สมมติถ้าไปออกรายการชิงร้อยชิงล้าน แล้วเขาให้แสดงความสามารถพิเศษสักอย่าง
นิกกี้จะแสดงอะไร?

"เล่นกลก็แล้วกันค่ะ เคยฝึกมาเพื่อจะเล่นในรายการชิงร้อยชิงล้านนี่แหละ แต่แล้วก็ไม่ได้เล่น (หัวเราะ)"

ต้นสังกัดมีข้อแม้ไหมว่า
นิโคลจะไม่ออกเกมโชว์เยอะ?

"ข้อแม้คงไม่มีหรอกค่ะ แล้วแต่จะคุยกัน"

ชอบดูทีวีรายการอะไร?

"ชอบดูรายการเพลง ดูหมดเลยค่ะ เราอยู่ในวงการเพลงก็ต้องอัพเดทตัวเองว่า ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง"

สามปีที่อยู่ในวงการ นิกกี้คิดว่ามีเรื่องอะไร
ที่คนบางคนมองเราผิดจากภาพพจน์ที่เป็นจริงมากที่สุด?

"ไม่รู้นะคะ แต่ก็มีบ้างทีบางคนคิดว่าอุ้ย ตัวจริงก็น่ารัก คุยเก่งนี่ เขาอาจจะคิดว่ากี้เป็นคนเงียบๆ เฉยๆ นิ่งๆ แต่จริงๆ ไม่ใช่ ถ้าได้มาเจอกัน มาคุยกันก็จะรู้"

ตอนเด็กๆ ผู้ใหญ่มักชอบถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร
จำได้มั้ยว่าตอนนั้นตอบว่าอะไร?

"อยากเป็นนักร้อง (ตอบทันที)"

นักร้องคนไหนที่นิกกี้ถือเป็นแบบฉบับในการร้องเพลง?

"ก็มีพี่แอม กับ พี่มาลีวัลย์ ก่อนจะมาเป็นนักร้องที่กี้ฝึกร้องจริงๆ ก็เพลงพี่แอม แต่ถ้าเป็นนักร้องฝรั่งชอบมาดอนน่า โตขึ้นก็วิทนีย์ ฮูสตัน ล่าสุดก็ซีลีน ดิออน"

คนทำงานศิลปะจะรู้ว่า ศิลปะมันจะสามารถคลี่คลายได้ พัฒนาไปได้
แล้วเรื่องร้องเพลงล่ะ นิกกี้คิดว่าเป็นอย่างนั้นด้วยหรือเปล่า?

"อยู่แล้วค่ะ ร้อยเปอร์เซ็นต์ กี้ก็รู้จักนักร้องรุ่นพี่หลายๆ คน ที่ยังเรียนร้องเพลงอยู่ หรืออย่างบางวงที่อเมริกาที่เขาที่สุดในโลกแล้วเขาก็ยังเรียนทฤษฎี เรียนโน้ต เรียน voice training อยู่ตลอดเวลา นั่นก็เพราะเขาเชื่อว่า ความสามารถในการร้องเพลงสามารถพัฒนาให้เก่งขึ้นได้"

ตอนนี้นิกกี้ร้องได้สูงสุดแค่ไหน?

"มันก็ไปได้เรื่อยๆ ค่ะ เต็มเสียงไฮซีก็ได้ แต่ก็แล้วแต่คำอีก ดีแฟลตก็อาจจะได้ ดีชาร์ปได้ถ้าใช้เสียงหลอก มันก็จะไปได้เรื่อยๆ ค่ะ ไปเทรนกับครูโรจน์ ตอนแรกก็ได้แค่ออกเทฟครึ่ง เทรนไปเรื่อยๆ มันจะไปถึงสามออกเทฟ คือโลว์ซีถึงไฮซี แต่พอหยุดเทรนมันก็จะลงมาเหลือสองครึ่ง มันต้องซ้อมตลอด มันจะเหมือนกล้ามเนื้อน่ะค่ะ ถ้าเราหยุดยกน้ำหนัก กล้ามเนื้อมันก็จะเล็กลง"

คิดว่าจุดอ่อนในการร้องเพลงของตัวเองอยู่ตรงไหน?

"บางครั้งถ้าเหนื่อยพลังจะไม่ค่อยออก อย่างเสียงปกติเราร้องได้เท่านี้ ถ้าเหนื่อยมากๆ เราจะร้องไม่ได้เต็มร้อย แต่เทคนิกอะไรยังอยู่ แต่ว่าพลังข้างในที่จะ project เสียงออกมามันจะไม่เต็ม"

 

brought to you by IMAGE magazine
back