เยี่ยมเดือน เยือนดาว
คงจะคุ้นเคยกันดี
กับเธอคนนี้ที่ได้ก้าวมาเป็นนักร้องในบริษัทยักษ์อย่างแกรมมี่ และด้วยน้ำเสียง
หน้าตาที่ดูว่าจะอ่อนเยาว์กว่าอายุ ตรงนั้นจะถือได้ว่าเป็นนักร้องที่ดังตอนอายุเกิน
15 ปีไปแล้ว กับสาวไม่ยอมแพ้อายุคนนี้ นิโคล เทริโอ
เล่าประวัติส่วนตัวของนิโคลให้ฟังหน่อยสิ?
"เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ.1972 เป็นคนถือสัญชาติอเมริกัน
และเกิดที่แคลิฟอร์เนีย ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน
คือคุณพ่อเป็นคนอเมริกัน และคุณแม่เป็นคนไทย คุณพ่อชื่อ โรเบิร์ต เทริโอ
ส่วนคุณแม่ชื่อ พรทิพย์ ลิ้มโพลา และครั้งแรกที่ลืมตาดูโลกนั้นคุณแม่เล่าให้ฟังว่า
นิโคลคลอดก่อนกำหนด 1 อาทิตย์ และน้ำหนักแรกเกิดนี้หนักถึง 4 กิโลครึ่ง
อยู่ที่เมืองนอกตลอดจนถึงอายุ 1 ขวบ แล้วกลับมาเมืองไทยเพื่อมาเรียน
และโรงเรียนแรกที่ได้เรียนที่เมืองไทยคือโรงเรียนอนุบาล TWIKLE STAR KINDERGARTEN
เรียนอยู่ 3-4 ปี จากนั้นก็เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนร่วมฤดีนานาชาติ เกรด 1-3
แล้วไปเรียนต่อที่อเมริกาที่โรงเรียน PERPATORY SCHOOL เกรด 4-6
จากนั้นก็กลับมาเมืองไทย เรียนต่อที่โรงเรียนร่วมฤดีต่อจนจบมัธยมศึกษา
แล้วก็เข้ามหาวิทยาลัย ABAC เรียนได้ 2 ปี ก็ไปเรียนต่อที่อเมริกาจนได้ปริญญาตรี 2
ใบ จากอเมริกา คือปริญญาตรีที่ได้มานั้นมีสาขา B.A. IN ART และ B.A. IN BUSINESS
จบจาก 2 มหาวิทยาลัยที่ FRAMINGHAM COLLEGE, MASSACHUSETTS และ COLUMBIA COLLEGE,
CHICAGO
ก่อนหน้านี้ที่อยู่เมืองไทยก็ได้มีคนติดต่อมาถ่ายแฟชั่นบ้าง ถ่ายมิวสิควิดีโอ
และเมื่อไปเรียนต่อที่อเมริกาก็จะเรียนอย่างเดียว
พอกลับมาจากเรียนจบแล้วก็จะมาอ่านข่าวภาคภาษาอังกฤษของสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ด้วย
ตอนมาอยู่เมืองไทยใหม่ๆ เมื่อเรียนจบแล้ว ก็ได้เข้าโครงการประกวดของสตาร์เซิร์ช
จนได้แชมป์จากการประกวดร้องเพลง STAR SEARCH ปี96
จากนั้นก็ได้ร้องเพลงประกอบละครเรื่องเงามรณะ ชื่อเพลงว่า ไม่แน่ใจ
ทั้งหมดนี้ก็คือประวัติส่วนตัวของตัวนิโคล ตั้งแต่ก่อนเข้าวงการน่ะค่ะ"
เข้ามาจุดนี้ได้อย่างไร?
"เผอิญว่าเป็นจังหวะดี
เพราะว่าเข้ามาสมัครเข้าโครงการสตาร์เซิร์ชในช่วงที่จะหมดเขตรับ
เพราะว่าหลายคนที่เข้ามาเทสต์แกรมมี่นั้น
กว่าจะรู้ผลมันนานหลายเดือนแต่เราได้รู้ตอนหนึ่งเดือนผลออกมาว่าเราได้
ต่อจากนั้นเราก็ต้องไปเรียนทฤษฎี เรียนวิธีการร้องเพลงเพิ่มเติม
แล้วที่ยากลำบากก็คือว่าตรงนั้นเราไม่เคยทำมาก่อน
มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เรารู้สึกว่ายากในตอนนั้น
พอทำครั้งแรกก็จะรู้สึกว่าตกใจนิดหน่อย เครียดนิดหนึ่ง อย่างร้องเพลง ไม่แน่ใจ
เจอพี่เป้า อนุวัฒน์ สืบสุวรรณ เจอชื่อแค่นี้ก็ช็อกแล้วเพราะว่าพี่เขาที่สุดแล้ว
เราเองก็ชื่นชมงานเขาด้วย คือเขาจะเป็นคนคุมพี่เบิร์ด เราเลยต้องคิดไปไกลมากเลยว่า
เขามาเป็นโปรดิวเซอร์ในเพลง ไม่แน่ใจ นิโคลก็เครียดมาก ถึงกับนอนไม่หลับ
ทำให้เสียงไม่มีในการร้องเพลงเลยในช่วงแรกๆ
เพราะว่าเนื่องจากเราเองพักผ่อนไม่พอแล้วก็เครียด หายใจลึกๆ
อาจจะคุยกับคนรอบข้างบ้าง คือบอกเขาไปเลยว่าตอนนี้เรากลัว เราเครียดนะ แล้วพี่ๆ
เขาก็จะบอกว่าไม่ต้องคิดมากทำไปเรื่อยๆ ไม่ต้องซีเรียส เราเองก็รู้สึกดีขึ้นมาได้
แต่ตอนนิ้ไม่เป็นแล้ว เพราะว่าเราเองรู้สึกว่าชินกับมันแล้วน่ะค่ะ"
นิโคลชอบดูดวงไหม?
"เดิมทีปกติแล้วในความคิดส่วนตัวนั้น เราเองก็ไม่ค่อยจะเชื่อเรื่องดวงเท่าไหร่
และก็ไม่ค่อยดูเท่าไหร่ แต่จะมีเพื่อนๆ เป็นคนดูมาให้
และจะโทร.มาบอกเล่าให้เราฟังว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตรงนั้นเราก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง
ส่วนมากจะเป็นลักษณะรายเดือนมากกว่า เช่นว่าในเดือนนี้ๆ จะมีอะไรบ้าง
และเราก็ฟังที่เขาเตือนในเรื่องที่เขาพูดมา จำไว้ว่าจะต้องระมัดระวังอะไรบ้าง เช่น
ช่วงนี้ก็ต้องระวังเรื่องขับรถ ขับช้าลง แต่เดิมก็ไม่ใช่เป็นคนขับรถเร็วนะ
คือขับตามปกติไม่เร็วเท่าไหร่ ขับรถเร็วสุดก็แค่ 110 กม. และจะขับเอง
เพราะว่าจะสะดวกกว่าให้คนอื่นขับให้ เนื่องจากว่าวันหนึ่งๆ ต้องไปหลายที่มาก
เราก็ไปของเราเอง จึงสะดวกกว่าที่ให้เขาขับให้ค่ะ"
กับการทำงานที่บ้านมีส่วนอย่างไรบ้าง?
"ทางบ้านก็ให้เยอะมากๆ เลย คุณพ่อจะเป็นแรงเชียร์คือจะเชียร์อย่างเดียว
ส่วนคุณแม่จะเป็นคนคอยเตือน มีอะไรก็จะเตือนเรา เราเองก็ดีใจด้วยที่ได้มาทำตรงนี้
อีกอย่างคุณพ่อ-คุณแม่เองก็ทราบมานานแล้วว่านิโคลชอบร้องเพลง ชอบทำอะไรอย่างนี้
แต่ว่าเขาก็เป็นห่วง แล้วก็ห่วงสุขภาพเราด้วย
เราเองก็ต้องไปเจออะไรที่เยอะแยะมากขึ้น แบบอย่างที่เราไม่เคยเจอมาก่อน
และในการมองโลกของเราก็ต้องกว้างมากขึ้น จึงทำให้ครอบครัวเป็นห่วงเรามากขึ้นด้วย
และยิ่งในตอนนี้เราเองก็ไม่มีเวลา คือมีงานเยอะ และก็มีทุกวันเลย
วันหนึ่งจะต้องไปงานหลายๆ ที่ด้วย ทางบ้านเขาก็จะช่วยจัดให้ พอกลับบ้านก็ต้องรีบนอน
ตื่นเช้ามาก็ต้องทำต่อ ทางพี่ๆ แกรมมี่โปรโมเตอร์เขาจะเป็นคนจัดคิวให้"
แล้วเวลาว่างหละนิโคลทำอะไรบ้าง?
"เวลาว่างนั้นเราก็ต้องซ้อมร้องเพลง ซ้อมทฤษฎี ตรงนั้นเราก็ต้องทำต่อเนื่องด้วย
มิเช่นนั้นเสียงจะกลับมาไม่เหมือนเดิม เช่นเดียวกับการเล่นเปียโน
ถ้าเราไม่ซ้อมก็จะทำให้เราเล่นไม่คล่อง ร้องเพลงก็เช่นเดียวกัน
จึงจะต้องฝึกไปเรื่อยๆ เมื่อมีเวลาว่าง"
เสียงดีอย่างนี้ดูแลอย่างไรคะ?
"ส่วนในเรื่องของการรักษาเสียงนั้นก็ต้องฝึกด้วยวิธีของมัน
คือไปฝึกวิธีการร้องเพลงที่ถูกต้อง เพื่อมาเป็นเทคนิคอันนี้ก็ต้องฝึกเรื่อยๆ
และเสียงเราก็จะคงที่ จากนั้นก็ต้องมีการพักผ่อนให้เพียงพอด้วย
ส่วนเรื่องการดื่มน้ำอุ่นนั้นเป็นวิธีที่เออ! ไม่บอกดีกว่า
เพราะว่าบางคนที่ใช้วิธีนี้ก็มี แต่ว่านิโคลเองทำแล้ว มันทำให้รู้สึกคอแห้ง
และวิธีการบีบมะนาว
หรือดื่มน้ำมะนาวนั้นก็ทำให้รู้สึกว่ามันเหมือนกับว่าหลอดเสียงจะเล็กลง คอแห้งด้วย
คิดว่าการดื่มน้ำเย็นเท่านี้ก็พอแล้ว เพราะว่าเสียงเรานั้นมันมาจากในท้องเรา
มันไม่ได้อยู่ตรงลำคอนี่คะใช่เปล่าละ"
ดูจากมิวสิคแล้วรู้สึกว่าเราเล่นได้ดี ส่วนตัวแล้วสนใจจะเล่นละครหรือไม่?
"อันนี้ก็อยากลอง แต่ว่าการทำแอ๊คติ้งนั้นมันยากเหมือนกัน อย่างทำเพลงนี่
ตรงนั้นเขาทำเป็นสกู๊ปตัวเรา การแสดงต้องมีการร้องไห้ซึ่งยากมาก ถ้าเรามาเล่นละคร
ไม่ทราบว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ต้องดูบท ว่าเราเล่นได้มั้ย เราแสดงได้ไหม
เข้ากับตัวเราด้วยหรือเปล่า คือต้องดูหลายๆ อย่างประกอบกัน
ซึ่งเราเองก็เป็นคนตัดสินใจเองไม่ได้ทั้งหมด เพราะว่าต้องปรึกษาทางแกรมมี่ด้วย
อันนี้ก็ไม่ทราบต้องรอดูต่อไปน่ะค่ะ"
และบทที่อยากเล่นคือบทอะไร?
"คือเราอยากเล่นอะไรที่มันท้าทาย มีบทร้องไห้ที่เป็นบทชีวิตอะไรอย่างนี้
แต่เราเองก็ยอมรับว่าเรายังเล่นไม่เก่งเลย
แต่ว่าถ่ายเอ็มวีเพลงพอแล้วนั้นเราก็ร้องไห้ได้ ตรงนั้นเราดีใจมาก
แบบพยายามเรียกอารมณ์นานมากกว่าน้ำตาจะไหลออกมา พอน้ำตาไหลปุ๊บ เขาก็คัททันที
คือน้ำตาเรายังไม่ทันไหลออกมาเลย แค่คลอๆ เฉยๆ เขาก็คัทแล้ว
แล้วเขาก็บอกว่านิโคลได้ที่แล้วเมื่อกี้พอแล้วไม่ต้องร้องแล้ว
ซึ่งตรงนั้นเราบอกพี่ๆ เขาว่ากำลังจะร้องๆ เขาบอกไม่เป็นไร
เมื่อกี้ดีอยู่แล้วไม่ต้องแล้ว
ส่วนถ้าเล่นละคร เราเองก็อยากได้พระเอกที่ไม่ใช่ลูกครึ่งด้วย
เพราะว่าเราเองก็ลูกครึ่งแล้ว ก็อยากได้คนไทยมากกว่า เพราะว่ามันเป็นละครไทย
ก็ต้องเป็นคนไทยเล่น แต่ถ้าพระเอกสูง นิโคลเองก็ต้องคิดดูก่อน
เพราะอาจจะไม่เข้ากันเท่าไร เพราะเราเองก็สูงมากเลย (ทำเสียงประชด)
ส่วนพระเอกในดวงใจก็มีพี่ตู่-นพพล เพราะว่าเขาเล่นเก่งมาก และดาราผู้หญิงก็ชอบ
ภัทราวดี ในเรื่องบัลลังก์เมฆ อันนี้ก็แล้วแต่ว่าเขาจะคิดอย่างไร
และเขาสนใจเราจริงมั้ยที่อยากให้เราเล่นละคร ก็ต้องลองติดต่อมาดูก็แล้วกันนะคะ"
แหม! รู้สึกว่านิโคลเองจะมีความสนใจทางด้านละครเหมือนกันนะนี่
อย่างนี้ใครสนใจก็รีบติดต่อเธอมาลงวิกละครบ้าง
เพื่อจะได้พิสูจน์อีกคาแร็คเตอร์หนึ่งที่เธออยากลองดูไงล่ะ...