ลูกแมวเสียงหวาน

นิโคล เทริโอ(4)

คุณพ่อคุณแม่ดุไหมคะ

"ไม่ดุค่ะ จะใช้เหตุผลมากกว่า เวลาท่านไม่อยากให้ทำอะไร ท่านจะไม่ห้าม
จะคุยกันมากกว่า แล้วให้ตัดสินใจเอง"

ที่บ้านเลี้ยงแบบไทยหรือแบบฝรั่งคะ

"บางทีก็งงๆ เหมือนกันนะคะ (หัวเราะ) อืม…ไม่รู้พูดอย่างนี้ถูกหรือเปล่านะคะ
คือในด้านหนึ่งเขาก็ปล่อยให้นอนคนเดียวตั้งแต่เด็ก มีห้องส่วนตัว
มีที่เก็บของของเราส่วนตัว ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะไม่มาเปิดดู ไม่ก้าวก่ายเลย
จะเป็นส่วนตัวของนิโคล หรือถ้าเรามีจดหมาย เขาก็จะไม่มาเปิดอ่าน
หรือถ้าเขาห้ามอะไรแล้วเราไม่เข้าใจ ถามได้ ใช้เหตุผลคุยกัน
แล้วก็ดูกันว่าเหตุผลของใครหนักกว่า ซึ่งเหตุผลคุณพ่อคุณแม่ก็ดีกว่าทุกทีนะคะ
เราก็รู้ไงคะ (ยิ้ม) แต่สอนแบบนี้นิโคลชอบ เพราะมีความรู้สึกว่าเราไม่ได้ถูกบังคับ
เหมือนกับว่าเราได้เรียนรู้แล้วก็ร่วมในการตัดสินใจอันนี้ว่า โอ.เค.
พ่อแม่ไม่ได้ห้ามเรานะ
อันนี้เราตัดสินใจเองนะที่จะไม่ทำแบบนี้คือพ่อแม่แนะนำแล้วเราก็เห็นด้วย เด็กๆ
น่ะนะ ก็คิดว่า เออ โอ.เค.ก็ได้
แต่ขณะเดียวกันเขาก็เป็นห่วงมากอย่างเวลาไปไหนมาไหนก็ต้องบอกให้เขารู้ก่อนว่าจะไปไหน
กับใคร กลับกี่โมง แล้วก็ต้องกลับให้ตรงเวลา ถ้าเรากลับสายเขาก็จะเป็นห่วง
มีอยู่วันหนึ่งกลับสายครึ่งชั่วโมง คุณพ่อคุณแม่ออกมารอหน้าประตูบ้านเลย (หัวเราะ)
อันนั้นจะโดนดุคือไม่ควรสาย"

เคยมีความลับกับคุณพ่อคุณแม่ไหมคะ

"ไม่น่ะค่ะ คิดว่าไม่จำเป็น สนิทกันจะเป็นเหมือนเพื่อนๆ กัน มีอะไรก็คุยกัน อาจจะมีตอนเด็กๆ
ที่เขียนไดอะรี่ จดบันทึก ซึ่งก็เขียนไปเรื่อยตามความคิดเด็กน่ะ
เขียนกลอนเขียนอะไรไป นิโคลเป็นเด็กขี้อายไงคะ จะไม่แชร์ให้ดู
จะไม่ให้คุณพ่อคุณแม่อ่าน อันนั้นน่ะตอนเด็กๆ เราจะถือว่าเป็นความลับ
แล้วก็จะเก็บไว้ในลิ้นชัก คือไม่ให้ดูก็แค่นั้นเอง"

โตขึ้นมาล่ะคะ มีความลับไหม

"ไม่มีค่ะ แล้วเรื่องหนีออกไปเที่ยวอะไรก็ไม่เคย เพราะว่าสุนัขที่บ้านก็เห่าดัง
รั้วประตูบ้านก็ซู้งสูง ไม่สามารถหนีได้เลย (หัวเราะ)"

เห็นนิโคลเล่าว่าคุณพ่อทำงานให้กับ ททท.

"ค่ะ พ่อจะเขียนสารคดี เป็นผู้อ่านสารคดี อ่านสปอต โปรดิวซ์บ้าง แล้วแต่
แต่จะเน้นไปที่สถานที่ท่องเที่ยว เวลาคุณพ่อไปไหนก็จะพาครอบครัวไปด้วย
นิโคลก็ได้เที่ยวด้วย แล้วบางทีพ่อก็จะส่งเราไปสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว เราก็ 7-8
ขวบน่ะนะคะ ใส่หูฟังเบ้อเร่อเลย แล้วก็ถือไมค์ นิโคลก็อาย ไม่เอา ไม่ไปหรอก
เขาไม่รู้จักเรา ไปถามเขา เขาจะตอบเหรอ แดดดี้ก็บอก ไปเถอะ นิโคลทำได้
บอกเขาว่าทำงานกับ ททท. นิโคลก็จะค่อยๆ เดินไปแล้วก็หันมามองพ่อ เอาจริงๆ เหรอ
พ่อก็บอก ไปเถอะ เราก็จะค่อยๆ เดิน ขี้อายมากเลย แล้วนักท่องเที่ยวเขาก็จะหัวเราะ
เขาขำไงคะ นิโคลก็จะถามเขาว่าเขารู้สึกยังไงกับที่นี่ เขาก็จะบอกว่าชอบ ไม่ชอบ
อะไรแบบนี้"

เป็นการฝึกความกล้าแสดงออกนะคะ

"ค่ะ แต่เครียดเหลือเกิน (หัวเราะ) แต่พอสัมภาษณ์เขาเสร็จ จะวิ่งกลับมาหาพ่อ
ดีใจมาก เห็นไหม ไอได้แล้ว ก็จะส่งเทปให้พ่อ งานเราทำสำเร็จ"

นิโคลเคยคิดอยากจะทำงานอย่างที่คุณพ่อทำไหมคะ

"ก็เคยทำมาบ้างน่ะนะคะ บางทีก็ได้อ่านสปอตกับพ่อ บางทีก็อ่านสปอตโฆษณาทางวิทยุ
อันนี้คือทำมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะคุณพ่ออยู่ในวงการสปอตวิทยุ ก็จะให้นิโคลอ่านบ้าง
เคยครั้งหนึ่งได้เป็นดี.เจ. ก็เป็นดี.เจ.เหมือนทั่วไป คือเสาร์อาทิตย์เปิดเพลง
คลื่น 97 เอฟเอ็ม"

นานหรือยังคะ

"ตอนเรียนปีหนึ่งที่เอแบคค่ะ สนุกมาก เสาร์อาทิตย์นี่มันมาก คนจะโทร.เข้ามาขอเพลง
เราก็เปิดให้ คอนโทรลเองทั้งหมด"

นิโคลก็ฟังเพลงเยอะซีคะ

"ตอนนั้นใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้ฟัง แต่ที่สนุกคือเราได้ใช้เครื่อง
เราได้เปิดสปอตโฆษณา เสร็จแล้วเราก็ต้องรับโทรศัพท์ หาเพลง เปิดแผ่น พูด อ่านข่าว
อะไรแบบนี้ มันจะอยู่ด้วยกันหมดเลย"

(ติดตามอ่านต่อสัปดาห์หน้านะครับ)

 

นำมาจาก " นิตยสารแพรวสุดสัปดาห์ "
back