ลูกแมวเสียงหวาน
นิโคล
เทริโอ(2)
ทราบว่านิโคลเรียนปริญญาตรีทีเดียวสองสาขาเลย
"ค่ะ เพราะนิโคลเรียนธุรกิจจากเอแบคมา ก็ไม่อยากจะทิ้งตรงนั้น
ก็เลยย้ายหน่วยกิจไปเรียนที่โน่นต่อ แล้วเรียนควบคู่กันไปทั้งศิลปะทั้งธุรกิจ
ทุกคนก็สงสัยน่ะ อ้าว..เรียนเข้าไปได้ยังไง แล้วมันก็ไม่ได้คล้ายกันเลย
แต่ก็อย่างที่บอก ศิลปะนี่มันไม่เหมือนเป็นงาน มันเป็นอะไรที่ผ่อนคลาย
ซึ่งเวลาเราเครียดจากธุรกิจ เราก็มานั่งปั้น นั่งวาด ก็เลยสามารถทำได้สองอย่าง"
มีงานศิลปะเก็บไว้บ้างไหมคะ
"มีค่ะ แต่จะเป็นภาพวาดสีอะครีลิก วาดหน้าคน อะไรแบบนี้
แต่ชิ้นงานปั้นทุกชิ้นจะอยู่ที่โน่น เพราะตอนที่แพ็คของกลับมานี่ ขนมาไม่ไหว
เขาคิดตามน้ำหนักไงคะ มันหนัก (ยิ้ม) เลยฝากเพื่อนไว้ที่โน่น"
งานปั้นยากกว่างานวาดไหมคะ
"นิโคลว่าเหมือนกันนะคะ คือถ้าเราตั้งใจกับอะไรมาก ยังไงๆ
เราก็ต้องให้เวลากับตรงนั้น แล้วยังไงๆ มันก็ต้องหนัก เพราะการจะทำอะไรให้ดีที่สุด
มันก็ต้องทุ่มเทเวลาแล้วก็แรงกับมัน คิดว่าเหมือนกันหมดนะคะ เพราะตอนที่นิโคลวาด
นิโคลก็ใช้เวลานานเหมือนกัน"
แล้วเรื่องการร้องเพลงล่ะคะ เรียนด้วยไหม
"ไม่ได้เรียนค่ะ หัดเอง เพราะทุกครั้งที่ฟังเพลงก็ร้องตาม
เพิ่งจะมาเรียนก็ตอนที่เข้าแกรมมี่แล้ว แต่ตอนอยู่ที่อเมริกาจะมีวงดนตรี
คือนิโคลไม่ได้เป็นคนตั้ง แต่ว่าเพื่อนคนไทยด้วยกันชวนให้ไปร้องเพลง
คือวงนี้เขามีอยู่แล้ว แต่เขาขาดนักร้องนำ เขาก็เลยมาชวน
เพราะเห็นว่านิโคลชอบไปคาราโอเกะที่ร้านอาหารไทย
แล้วที่วัดไทยจะเป็นจุดกลางที่เราจะมารวมตัวกัน เวลามีอะไรก็จะมาที่วัดไทย
มีการกุศล วงนี้ก็จะไปเล่นที่วัด นิโคลก็จะร้องเพลงไทย เป็นเวทีเล็กๆ น่ะค่ะ"
ช่วงที่เรียนหนังสือที่อเมริกา นิโคลอยู่กับใครคะ
"อยู่คนเดียวค่ะ นิโคลอยู่อพาร์ตเม้นท์ที่ชิคาโกนี่ ตึกที่นิโคลอยู่มี 55 ชั้น
นิโคลอยู่ชั้นที่ 50 ขึ้นข้างบนนี่หูอื้อเลย ถ้าต้องหนีไฟนี่คงตายแน่นอน
เพราะต้องวิ่งลง (หัวเราะสนุก)
อ้าว ไม่ได้เรียนที่แมสซาชูเสตส์หรือคะ
เรียนสองที่ค่ะ (ยิ้ม) คือไปเรียนที่แมสซาชูเสตส์ก่อน
จนปีสุดท้ายก็ย้ายไปอยู่ชิคาโก อิลลินอยส์ เพราะที่ชิคาโกนี่เป็นโรงเรียนอาร์ตจริงๆ
มหาวิทยาลัยโคลัมเบียซึ่งนิโคลอยากเข้ามาก แล้วก็เข้าได้ ดีใจมาก ก็เลยย้ายไปเรียน
เมืองสองเมืองนี่ต่างกันมาก ที่บอสตันจะเงียบๆ คนน้อย ชิคาโกจะเป็นอีกอย่างหนึ่ง
จะมีตึกสูงเยอะ สูงมาก ผู้คนเยอะแยะไปหมดเลย คิดว่านะคะ
ยิ่งกว่านิวยอร์กอีก
เพราะนิโคลก็เคยไปอยู่ที่นิวยอร์กด้วย"
เห็นเขาว่าที่ชิคาโกนี่หนาวมาก
"ค่ะ แต่เวลาร้อนก็ร้อนมาก ร้อนนี่จะประมาณ 120 ฟาเรนไฮต์ หนาวก็จะหนาวมาก
มีอยู่ปีหนึ่ง 80 ฟาเรนไฮต์ ศูนย์นี่ก็น้ำแข็งแล้วใช่ไหม"
อุณหภูมิ 80 ฟาเรนไฮต์ที่ว่านี่คือปีที่นิโคลอยู่หรือคะ
"ใช่ค่ะ แต่นิโคลหนีไปแคลิฟอร์เนียค่ะ (หัวเราะ) อยู่ไม่ได้ ตายแน่นอน
เขาประกาศเป็นข่าวโทรทัศน์ออกมาเลยว่าห้ามยืนเฉยๆ มากกว่าห้านาที เพราะยืนเฉยๆ
ห้านาทีนี่ตัวจะแข็ง พอเราไม่สามารถขยับตัวนี่ เลือดก็จะแข็ง ตายแน่นอน
เขาก็เลยสาธิตให้ดู เขาเอาน้ำร้อน คือเอาน้ำใส่แก้วใส่ลงไปในไมโครเวฟ
เวฟให้น้ำเดือด เดือดจนเห็นควันเลยนะคะ แล้วเขาก็โยนขึ้นไปบนอากาศ
ลงมานี่เป็นสะเก็ดน้ำแข็งเลยน่ะ
ทีแรกนึกว่าแถบอีสต์จะหนาวแล้วเพราะที่แมสซาชูเสตส์หิมะตก พอมาชิคาโกนี่ยอมแพ้เลย
คือที่ชิคาโกนี่มีลมไงคะ เขาเรียกวินดี้ซิตี้ เป็นเมืองที่ลมแรงมาก นิโคลเคยขับรถ
รถนี่จะเซซ้ายขวาเลย จากลมอย่างเดียว
แล้วก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเห็นผู้หญิงที่ยืนรอรถเมล์ พอลมมาปุ๊บ
ตัวเขานี่ปลิวไปกระแทกกำแพงเลย คือไม่สามารถขี่มอเตอร์ไซค์อะไรได้แน่นอน
-80 นี่มันทนไม่ไหวจริงๆ นะคะ แค่เดินไปขึ้นรถก็จะตาย ไม่ไหว คิดดูแล้วกันนะคะ
แม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา เขาเรียกเลคมิชิแกน
แม่น้ำนี่ใหญ่ขนาดที่ว่ามองออกไปไม่เห็นอีกฝั่งน่ะค่ะ จะเห็นเป็นสุดขอบฟ้าเลย
เหมือนทะเล แต่ไม่มีคลื่น สวยมาก เลคมิชิแกนนี่แข็งหมดทั้งแม่น้ำน่ะค่ะ
เหมือนทะเลแข็งทั้งทะเล มันหนาวแค่ไหน ก็เลยบินไปหาคุณปู่ที่แคลิฟอร์เนีย
ทางด้านนี้ก็อากาศดี สบาย ใส่เสื้อยืดตัวเดียวได้"
ไปเรียนหนังสือเมืองนอก ต้องอยู่คนเดียวแบบนี้ นิโคลเหงาไหมคะ
"ก็มีบ้างน่ะค่ะ แต่นิโคลเป็นลูกคนเดียวอยู่แล้ว ก็ชินที่จะอยู่คนเดียว
ถึงชอบวาดรูปไงคะ มันทำให้หายเหงาดี เวลาคิดถึงเมืองไทย นิโคลก็จะเช่าวิดีโอไทยมาดู
พวกยุทธการขยับเหงือกอะไรแบบนี้น่ะค่ะ แล้วซีดีที่ห้องนิโคลก็จะเป็นเพลงไทยหมด
โห
นิโคลฟังแต่เพลงไทย ดูแต่หนังไทย คิดถึงเมืองไทยไงคะ
แล้วนิโคลมีแมวตัวหนึ่งชื่อมิสตี้ ก็อยู่เป็นเพื่อนกัน แต่เพื่อนๆ ก็มีค่ะ
ก็จะชวนเขามาทานข้าว แล้วนิโคลก็ทำอาหารไทยที่ไม่อร่อยให้เขาทาน (หัวเราะสนุก)
บางวันก็จะออกไปทานข้างนอก ส่วนตอนกลางวันก็จะเล่นโรลเลอร์เบลด เล่นกีฬากัน
นิโคลชอบแมวหรือคะ
ตอนแรกไม่ชอบ หลายๆ คนก็คงเห็นด้วย สมมติเราชอบหมา เราก็จะชอบเลี้ยงแต่หมา
แมวเราก็จะไม่ชอบ เรียกไม่มา ไม่สนุก
แต่ที่อพาร์ตเม้นท์ที่โน่นเขาไม่อนุญาตให้เลี้ยงสุนัข เขาให้เลี้ยงแมว
เพราะแมวเงียบ ดูแลง่าย ปล่อยทิ้งได้ ไม่ต้องพาลงไปเดิน อาบน้ำยังไม่ต้องเลย
เพราะเขาจะดูแลตัวเอง เข้าห้องน้ำก็จะเข้าเอง คือแมวนี่เขาจะเป็นระเบียบมาก
วันแรกที่เอามิสตี้กลับมาที่บ้าน ก็รู้สึกแปลกๆ ตั้งเขาไว้แล้วก็นั่งมอง
เฮ้อ..คิดผิดคิดถูกนี่ แมวก็จะดม แล้วก็จะชนตัวไปที่กำแพงทั่วเลย
เพราะเขาจะเอากลิ่นเขาติด โอ.เค.นี่เป็นบริเวณเขานะ เราก็ดู เอ๊ะ..ไม่ไหว
ไม่สนุกเลย เรียกก็ไม่มา แต่พอสักพักรักมาก จะลึกซึ้งกว่าสุนัขนะคะ เขาจะเหมือนคน
อ่านใจยาก แล้วก็ฉลาดมากนะคะ เหมือนว่าเขาคิดน่ะ เขาใช้ความคิด
สุนัขก็น่ารักแบบหนึ่ง เรียกก็มาเลย ไม่ต้องคิดอะไรเลย มาเลยทันที ซนก็ซน
หลับก็หลับ แต่แมวนี่หลับก็จริงแป๊บเดียวหลับแล้ว แต่พอมีเสียงอะไรหน่อย เขาจะลืมตา
ลืมตาแบบนิ่งๆ หันมามองแบบ
อะไร เสียงอะไร แต่จะไม่ตื่นเต้น เรียกไม่มา
แต่ถ้าอยากมาจะมาเอง อย่างมิสตี้นี่ เวลานิโคลเศร้า เขาจะรู้ว่านิโคลเศร้า
อย่างที่บอกน่ะนะคะ เวลาอยู่ที่อเมริกานิโคลจะเช่าละครไทยมาดู
นิโคลไม่เคยดูคู่กรรมมาก่อน ที่พี่เบิร์ดกับกมลชนกเล่นก็เช่ามาหมดเลย 14 ม้วน
นั่งดูสองวันเต็ม เทปสุดท้ายนี่ดูไปก็ร้องไห้ไป ร้องไห้จนตาบวม
ไม่เคยดูอะไรแล้วร้องไห้ขนาดนั้น ระหว่างที่นิโคลนั่งดูละครแล้วร้องไห้นี่
มิสตี้ก็นั่งดูนิโคล นั่งนิ่งเลยนะ นั่งจ้องหน้า เขารู้ไงคะว่าเราไม่สบายใจ
แล้วเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง จะนั่งจ้องหน้านะ จ้องจริงๆ ไม่ไปไหนเลย
จนเราโอ.เค.เขาถึงจะเดินไป เหมือนเขามานั่งเฝ้าเราน่ะ เหมือน
เธอเป็นอะไรนี่
แล้วพอเราหาย โอ.เค. เขาก็จะเดินหนีไป
แล้วกลางคืนเขาจะมานอนซบอยู่บนหน้าอก เอามือสองมือกอดคอ
แล้วก็เอาหัวซุกที่ใต้คางนิโคล น่ารักมาก แล้วก็จะเอามือสองมือไถคอ
เอาหัวไซ้เหมือนเราเป็นแม่ แล้วเขาก็จะหลับ พอเขาหลับ มือเขาจะหยุด จะนิ่ง
เราก็จะรู้ เออ..มิสตี้หลับแล้ว แต่พอสักพักเขาก็จะสะดุ้งแล้วก็เดินไป
ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ น่ารักมาก"
นิโคลไปเรียนกี่ปีคะ
"4 ปีเต็มๆ เลยค่ะ พอเรียนจบ เสร็จจากงานรับปริญญาสองวันก็กลับบ้านเลยค่ะ
คิดถึงเมืองไทยมาก แล้วก็เป็นช่วงที่เหนื่อยมากด้วย เพราะว่าต้องเก็บของ ขายรถ
คืนอพาร์ตเม้นท์ มันหลายอย่างมาก ปิดบัญชี สะสางหนี้ พวกค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ
อะไรพวกนั้น คือถ้าเราไป เราต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ แล้วต้องปิด
ไม่อย่างนั้นเขาจะคิดเราต่อทุกเดือน กลับมานี่ โห..เหนื่อยจะเป็นลม
พอกลับมาเมืองไทยสองวัน
เอ๊ะ สองวันอีกแล้ว
พี่ที่แกรมมี่ก็เรียกนิโคลให้มาเทสต์เสียงที่แกรมมี่"
(ติดตามอ่านต่อสัปดาห์หน้านะครับ)
นำมาจาก
" นิตยสารแพรวสุดสัปดาห์ "
back