เส้นทางคนรุ่นใหม่

นิกกี้ เทริโอ

นิกกี้ เป็นลูกครึ่งอเมริกันไทย หลังจบจากโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดีแล้ว เธอเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ก่อนที่จะบอกกับตัวเองได้ว่าสนใจทางด้านศิลปะมากกว่าและเลือกเส้นทางใหม่ให้กับตัวเอง

"พอจบปีหนึ่งก็ทรานสเพอร์ไปเรียนพื้นฐานศิลปะที่แมสซาชูเสตส์สองปี แล้วปีสุดท้ายย้ายไปเรียนที่ชิคาโก้ค่ะ วิชาหลักที่นิกกี้เรียนคือเรียนปั้นค่ะ เป็นวิชาที่ชอบมาก ที่นั่นกี้เรียนศิลปะควบคู่ไปกับธุรกิจการจัดการด้วยนะคะ เพราะใฝ่ฝันว่าจะมีแกลเลอรี่ของตัวเอง ตอนแรกกะว่าพอเรียนจบก็จะฝึกงานในแกลเลอรี่ที่อเมริกาสักพักหนึ่ง เพราะจะได้รู้ว่าลักษณะงานจริงๆ เป็นยังไง แล้วถ้ามีแกลเลอรี่เราต้องทำยังไงบ้างจากนั้นก็จะต่อโท แต่ขอกลับมาเมืองไทยก่อน เพราะกว่าจะจบบีเอนี่... เหนื่อเหลือเกิน"

โดยไม่คาดคิด การกลับมาเมืองไทยเป็นโอกาสให้เธอได้ทำในสิ่งที่เธอรักอีกสิ่งหนึ่ง

"กี้เห็นโฆษณาสตาร์เสิร์ชในหนังสือแล้วสนใจมาก รู้สึกว่าอันนี้หละ เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ทั้งๆ ที่ไม่เคยประกวดอะไรเลยนะคะ และไม่ชอบด้วย แต่กี้เห็นคอนเซ็ปต์ การวางโฆษณา และข้อความว่า It can be you, Star Search your dreams come true มันดึงดูดดี และรู้สึกว่าอันนี้เป็นโอกาสที่ดีมาก แต่ก็กังวลเหมือนกันว่าจะสมัครทันไหม เพราะตอนที่กี้กลับมาเมืองไทยเหลือเวลาอีกสองอาทิตย์ เผอิญว่าตอนอยู่ชิคาโก เพื่อนรุ่นน้องที่สนิทมากและเคยอยู่รัฐเดียวกันเขาคิดถึงกี้ ช่วยให้กี้ส่งเทปที่กี้ร้องอัดไว้ไปให้เขาหน่อย แล้วพอเขากลับมาเที่ยวที่เมืองไทย เขาก็เอาเทปม้วนนั้นมาให้พี่ที่แกรมมี่ฟังก่อนแล้ว"

เทปม้วนนั้นเสมือนใบเบิกทาง เมื่อเธอได้รับการเรียกตัวมาเพื่อทดสอบเสียงและเข้าสู่การคัดเลือกได้ในที่สุด

"ต้องทดสอบหลายขั้นตอนมาก และคนสมัครก็เยอะมากค่ะ ตอนแรกจะเทสต์เสียงแล้วก็เทสต์หน้ากล้อง ต่อไปก็เข้าห้องอัดเทสต์เสียงจริงๆ เพื่อที่จะไปเป็นภาพประกอบสกรีนเทสต์ที่ถ่ายที่สตูดิโอ แล้วหลังจากนั้นก็พรีเซ้นต์ ผ่านเข้ารอบมาก็ดีใจ ไม่นึกว่าจะได้ค่ะ เพราะนอกจากเสียงแล้วต้องดูหน้าตา ลักษณะท่าทาง และการพรีเซ้นต์ของตัวเราด้วยค่ะ จากขั้นตอนการคัดเลือกของสตาร์เสิร์ชนี่ กี้เข้าใจแล้วว่าตอนขึ้นเวทีเราจะไม่ได้ยินเสียงตัวเองเลย เพราะว่าดนตรีอยู่ข้างหลังดังมากนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าโน้ตหรือคีย์ไม่แน่อยู่ในหัวเราจะร้องเพี้ยนเลย เพราะฉะนั้นสำคัญมากที่ต้องเรียนให้รู้ทฤษฎีและการร้องค่ะ"

นอกเหนือจากการเรียนร้องเพลงในช่วงนั้นแล้ว นิกกี้มีงานหลักเป็นผู้ประกาศข่าวภาษาอังกฤษทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย คลื่น 105 MHz ทุกวันจันทร์-พุธ-ศุกร์ ซึ่งเธอบอกว่า แม้จะคุ้นเคยจากลักษณะงานในห้องส่งวิทยุมาบ้างแล้ว จากการจัดรายการเพลงสากลเมื่อครั้งเป็นนักศึกษา เป็นงานที่ต้องใช้ความรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการตรงต่อเวลา เพราะเป็นการออกอากาศสด ขณะเดียวกันนิกกี้บอกว่าสามารถนำความรู้ใหม่มาประยุกต์ใช้กับงานประจำอย่างได้ผลด้วย

"เป็นงานใช้เสียงเหมือนกันเพราะอ่านข่าวนี่ลมหายใจเดียวเลย ถ้าเราอ่านสามคำหายใจ สามคำหายใจออกไมค์ คนฟังจะฟังแล้วก็เหนื่อยตาม หลังจากฝึกการร้องเพลงก็รู้สึกอ่านได้ดีขึ้นนะคะ"

จากการประกวดจนถึงวันนี้เป็นเวลาครึ่งปี นิกกี้บอกได้ว่าได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นมากมายเกี่ยวกับการร้องเพลง

"ตอนแรกกี้คิดว่ากี้ร้องเพลงโอเคนะคะ เป็นคนที่ร้องเพลงได้... คือฟังได้ (หัวเราะ) แต่พอมาเรียนจริงๆ ตั้งแต่พื้นฐาน วิธีการหายใจ โน้ต เอียร์เทรนนิ่ง การออกเสียง และโดยเฉพาะการออกเสียงภาษาไทยให้ชัดเจน ทุกอย่างพอเรียนลึกลงไป รู้เลยว่าเรามีอะไรที่ต้องเรียนอีกเยอะมากถึงจะทำได้ดี กับสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้นี่ชอบเหลือเกิน มีความสุขมาก เป็นช่วงเวลาได้ทำสิ่งที่เรารัก คือ การร้องเพลง พอได้มาทำเป็นจริงเป็นจังแล้วมันมีความสุขค่ะ"

ในไม่ช้าไม่นานนี้เราคงได้ฟังผลงานจากการฝึกฝนและเรียนรู้ของเธอคนนี้ - นิกกี้ เทริโอ

 

นำมาจาก " นิตยสารแพรวสุดสัปดาห์ "
back