ซูเปอร์สตาร์ "นิโคล เทริโอ"
ตอนที่
1
มามี๊ของนิโคล (พรทิพย์ เทริโอ) เจอกับแด๊ด (โรเบิร์ต เทริโอ)
โดยบังเอิญตอนที่ไปทำปริญญาโทต่อที่อเมริกา
ก็คงเป็นอีกคู่มั้งคะที่คนไทยเรียกว่าเป็นบุพเพอาละวาด (หัวเราะสนุก)
เพราะพอพบกันแล้วท่านทั้งสองก็รักกันและแต่งงาน หลังจากนั้นอีก 2
ปีถึงได้มีนิโคล
มามี๊เคยเล่าให้ฟังว่าตอนท้องอยากกินเฟรนซ์ฟรายทุกวัน
นอกจากนี้ก็มีพวกอาหารแม็กซิกัน ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้อ้วนๆ ทั้งนั้น
มามี๊ไม่เหมือนคนท้องทั่วไปที่ชอบกินของเปรี้ยวเช่นมะม่วง มะขาม
แต่นิโคลว่าถึงจะอยากกินก็คงไม่ได้กิน เพราะคงไม่รู้จะไปหาที่ไหน
อีกอย่างหนึ่งที่นิโคลได้มีโอกาสเห็นด้วยก็คือ
โปสเตอร์รูปเด็กผู้หญิงที่มามี๊ซื้อมาติดเต็มบ้านไปหมดเลย เต็มจริงๆ
นะคะไม่ใช่แค่รูป 2 รูป
ด้วยการฟูมฟักอย่างทะนุถนอมเอาใจใส่ของทั้งคุณพ่อคุณแม่ในระหว่างตั้งครรภ์
ความอุดมสมบูรณ์จนเกินเหตุของด.ญ.นิโคล
ก็ทำให้เธอต้องลืมตาออกมาดูโลกก่อนกำหนดเพราะไม่มีเนื้อที่ภายในท้องคุณแม่ให้เธอได้ยืดเส้นยืดสายอีกต่อไป
ซึ่งความน่ารักน่าชังของสมาชิกใหม่ตัวน้อยๆ นั้นก็ได้สร้างสีสันให้กับครอบครัว
เทริโอ ให้มีชีวิตชีวาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
นิโคลคลอดก่อนกำหนด 1 อาทิตย์
เพราะพอไปเอ็กซเรย์แล้วหมอบอกว่าไม่มีที่ว่างในท้องมามี๊อีกแล้ว ต้องผ่าออก
แต่มามี๊บอกว่าเหมือนมีบุญเพราะว่าไม่เจ็บท้องเลย
แล้วก็ยังขับรถไปคลอดนิโคลที่โรงพยาบาลเองอีกด้วย เพราะวันนั้นแด๊ดกำลังสอบอยู่พอดี
มามี๊บอกว่านิโคลตัวใหญ่มาก หนักตั้ง 4 กิโลครึ่ง ตัวขาวแล้วก็อ้วนมากด้วย
อยู่โรงพยาบาลแค่อาทิตย์เดียวคุณหมอก็ให้แม่พานิโคลกลับบ้านได้แล้ว
ตอนเด็กๆ มามี๊บอกว่านิโคลเลี้ยงง่าย
ถึงมามี๊จะเลี้ยงลูกไม่เป็นเลยต้องกางตำราทุกขั้นตอน
ก็ไม่เคยมีปัญหาคือตำราเขาว่าอย่างไรนิโคลก็เป็นตามนั้นเป๊ะๆ คุณแม่เลยสบายไป
(หัวเราะ)
พอเริ่มโตนิโคลก็ไม่ค่อยซน เพราะมามี๊จะสอนให้มีระเบียบ อ่อนน้อม รู้จักไหว้
อบรมให้เป็นคนไทยมากกว่าเป็นฝรั่ง พูดคะ-ขากับทุกคน มีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่
บางคนอาจจะคิดว่านิโคลเป็นลูกสาวคนเดียวแถมเป็นลูกครึ่งคงจะถูกเลี้ยงมาแบบสปอยน่าดู
แต่ไม่จริงเลย คุณแม่ไม่มีวันยอมหรอก อย่างเวลาที่นิโคลทำอะไรไม่ถูก
มามี๊ก็จะดุแล้วแต่ว่าความผิดจะหนักหนาแค่ไหน ถ้าน้อยหน่อยก็โดนแบบเล็กๆ
ถ้าดุแล้วยังหน้าเป็นก็จะโดนหนัก ปกติมามี๊เรียกนิโคลว่า
'นิกกี้จ๋า'
แต่พอโกรธจะเปลี่ยนเป็นเรียก นิโคล! เต็มยศอะไรอย่างนี้ เวลาทำโทษมามี๊ไม่ตี
แต่จะอธิบายเหตุผล บางครั้งก็แต่ดุเสียงดังมากกว่า ซึ่งแค่นี้นิโคลก็หนาวแล้ว
แต่เวลาโกรธหรือไม่เข้าใจกัน เกือบทุกครั้งที่มามี๊จะต้องเป็นฝ่ายง้อก่อน
มามี๊จะไม่ปล่อยให้นิโคลนอนหลับไปทั้งๆ ที่ร้องไห้หรือว่ายังทะเลาะกันอยู่
มามี๊จะเข้ามาและกอดนิโคลก่อนทุกครั้ง มามี๊ของนิโคลน่ารักไหมคะ (หัวเราะ)
ถึงแม้ภาระหน้าที่การงานจะทำให้คุณพ่อ คุณแม่ ไม่มีเวลาดูแลเธออย่างใกล้ชิด
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความรักของพ่อแม่ลูก เทริโอ น้อยลงเลย
ในขณะเดียวกันกลับทวีความแน่นแฟ้น
เพราะต่างคนต่างก็พยายามถักทอความรักความเข้าใจเพื่อเติมเต็มช่องว่างนั้นให้สมบูรณ์ที่สุด
ถ้าพูดถึงความสนิท นิโคลสนิททั้งแด๊ดและมามี๊แหละค่ะ
คือถ้าจะคุยเรื่องสนุกสนานจะคุยกับแด๊ด
ส่วนกับมามี๊นี่ก็จะเป็นแบบว่าไปเป็นเพื่อนซื้อของด้วยกันอะไรอย่างนี้มากกว่าแต่ถ้ามีปัญหาก็จะปรึกษาทั้งแด๊ดและมามี๊
ซึ่งส่วนใหญ่จะปรึกษาเรื่องเพื่อนมากที่สุดเพราะมามี๊จะสนิทกับเพื่อนของนิโคลทุกคน
ก็เลยจะรู้ว่าใครเป็นยังไง
ตอนนั้นมามี๊ไม่ค่อยมีเวลาจะดูแลนิโคล
เพราะต้องไปทำงานกว่าจะกลับมาก็เย็นมากส่วนใหญ่นิโคลก็เลยอยู่กับพี่เลี้ยงแล้วก็เล่นกับเด็กผู้หญิงข้างบ้าน
ส่วนช่วงปิดเทอมของทุกปีนิโคลจะไปอยู่สมุทรสาคร กับคุณตา คุณยาย
นิโคลก็เลยจะคลุกคลีกับผู้ใหญ่มาตั้งแต่เด็ก คุณตา คุณยายเลยรักนิโคลมาก
โดยเฉพาะคุณยายนี่จะชอบดัดผมให้ พอเปิดเทอมกลับมาทีไรหัวนิโคลจะฟูทุกทีเลยล่ะค่ะ
(หัวเราะ) บางทีคุณยายก็พาไปบริจาคโลหิตด้วย
อ้อ! เรื่องที่นิโคลกลับมาอยู่เมืองไทย ก็เพราะตอนนิโคลอายุได้ประมาณ 1 ขวบ
มามี๊กับแด๊ดพานิโคลมาเที่ยวเมืองไทยทีแรกตั้งใจว่าจะแค่มาเยี่ยมบ้านเฉยๆ
ไม่ได้คิดว่าจะกลับมาอยู่เพราะแด๊ดทำงานเป็นดี.เจ. อยู่ที่โน่น
แต่ทำไปทำมาพอแด๊ดได้งานที่เอ.ไอ.ที (สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย)
มามี๊ก็เลยคิดว่าอยู่ที่นี่เลยดีกว่าเพราะมามี๊ก็ได้งานที่กองทัพสหรัฐด้วยเหมือนกัน
ด.ญ.นิโคล เทริโอ เติบโตมาในครอบครัวที่เลี้ยงลูกแบบทันสมัย
ให้อิสระในการตัดสินใจอย่างเต็มที่ แต่ก็อยู่ในขอบเขตของความพอดี
เธอจึงสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้เป็นอย่างดี
เมื่อต้องเข้าโรงเรียนหรือเปลี่ยนโรงเรียน
เรื่องการเรียนทั้งมามี๊และแด๊ดไม่เคยบังคับว่านิโคลจะต้องเรียนด้านนั้นด้านนี้ถึงจะเหมาะท่านจะให้นิโคลเรียนในสิ่งที่ชอบและสนใจ
เพราะสุดท้ายแล้วนิโคลคือคนที่ต้องเรียน และอยู่กับมันไปตลอดชีวิต
ท่านจะแนะนำเพิ่มเติมว่า ควรจะเรียนทางด้านไหนถึงจะหางานทำง่ายมากกว่า
นิโคลเริ่มเรียนชั้นอนุบาลที่ Twinkle Star Kindergarten แถวสุขุมวิท
ต่อจากนั้นก็เข้ามาเรียนเกรด 1 ถึงเกรด 3 ที่โรงเรียนร่วมฤดี
จากนั้นก็ย้ายกลับไปเรียน เกรด 4-5 ที่อเมริกาอีก 2 ปี
แล้วก็กลับมาเรียนที่โรงเรียนร่วมฤดีอีกจนจบเกรด 12
ตอนเรียนอยู่ที่ร่วมฤดีนิโคลก็มีซนบ้าง เคยสร้างวีรกรรมไว้หลายเรื่องเหมือนกัน
เช่นเอากาวไปทาโถส้วม เวลาเพื่อนๆ ไปนั่งก็จะติดก้นกันหนึบหนับอะไรอย่างนี้ค่ะ
ตอนนั้นนิโคลก็อยากไปเรียนต่อเมืองนอกอยู่เหมือนกันนะคะแต่แด๊ดบอกว่านิโคลอายุ
17-18 ยังเด็กเกินไป กลัวจะดูแลตัวเองไม่ได้และก็เป็นห่วง นิโคลเลยต้องเรียนต่อที่
ABAC อีก 2 ปี จากนั้นจึงได้ไปเรียนต่อทางด้านศิลปะที่ Framingham
College,Massachusets ชั้นปีที่ 3 และที่ Columbia College,Chicago จนจบปริญญา
ตอนที่ไปเรียนช่วงปี 3 ปี 4 นั้น นิโคลไปอยู่คนเดียวไม่ได้ไปอยู่กับคุณปู่ คุณย่า
มามี๊และก็แด๊ดเลยเป็นห่วงมาก จะเขียนจดหมายคุยกันตลอดว่าเป็นยังไง โดยเฉพาะแด๊ด
ที่มามี๊บอกว่าเป็นห่วงนิโคลมากเป็นพิเศษ
จะบ่นถึงหรือมีหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับเรื่องนิโคลทุกวัน
นิโคลฟังมามี๊เล่าทีไรน้ำตาซึมทุกที รู้สึกว่าแด๊ดกับมามี๊รักเรามากเหลือเกิน
กิจกรรมในระหว่างเรียนส่วนใหญ่จะเป็นด้านการร้องเพลงแล้วก็การแสดงบนเวทีอะไรอย่างนี้
เช่นนิโคลเคยร่วมร้องประสานเสียงกับวงของโรงเรียน ตอนเรียนชั้นมัธยมและที่ ABAC
ก็เป็นดี.เจ.ที่สถานี F.M. อะไรอย่างนี้
ซึ่งมามี๊กับแด๊ดก็ให้การสนับสนุนเต็มที่เพราะรู้ว่านิโคลชอบทำงานแบบนี้ค่ะ
(อ่านต่อฉบับหน้านะครับ)
นำมาจาก
" นิตยสารคุณหญิง "
back