กรุงเทพของนิโคล

นิโคล
เทริโอ
สาวน้อยกะโปโลที่เคยฝากรอยยิ้มไว้ในใจของใครหลายคน
เธอห่างหายไปจากงานเพลงระยะหนึ่ง
แต่เราก็ยังได้เห็นเธอตามหน้าจอทีวีอยู่เป็นระยะ
คราวนี้เธอกลับมาอีกครั้งกับรอยยิ้มและหน้าทะเล้นๆ
ในชื่อไทยของเธอ 'บุษบา'
แม้จะเป็นลูกครึ่งที่ไปเกิดไกลถึงอเมริกา
แต่เธอก็รักและผูกพันกับเมืองไทยโดยเฉพาะกรุงเทพฯ
ไม่น้อยเลยทีเดียว
เพราะเธอได้มีโอกาสเติบโตและมีชีวิตอยู่ในเมืองนี้ตั้งแต่อายุได้เพียง
2 เดือน
"เห็นกรุงเทพฯ
ตั้งแต่ยังไม่มีตึกสูงๆ
มากเท่านี้
ตอนนั้นตึกที่สูงที่สุดเห็นจะเป็นโรงแรมดุสิต
ตอนนี้พัฒนาขึ้นมาเยอะมาก
นิโคลได้เห็นและอยู่มาตั้งแต่เด็ก
ทำให้รักและผูกพัน
ซึ่งตอนเด็กๆ
จะไม่รู้สึกหรอกว่ารัก
เพราะเรายังอยากไปเที่ยว
ยังอยากเห็นอะไรเยอะๆ
เราดูหนังเห็นเมืองหลวงของที่อื่นเขาสวยน่าอยู่
แต่พอไปแล้วมันก็แค่ชั่วไม่นาน
เลยคิดว่าบ้านเราเองก็มีทุกอย่างเหมือนเมืองอื่นนะ
และอีกอย่างก็เป็นบ้านของเราเองด้วย"
เสน่ห์ของเมืองทุกเมืองคือความเคลื่อนไหวที่มีอยู่ตลอดเวลา
สำหรับกรุงเทพฯ
ก็เช่นกันที่มีทั้งความไหวและความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอด
แต่มีบางอย่างที่ไม่เหมาะกับความเป็นเมืองเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ
ซึ่งเธอเห็นว่าควรจะได้รับการดูแลแก้ไข
และจัดการอย่างจริงจัง
"นิโคลไม่ชอบมากเลยเวลาที่เห็นช้างมาเดินตามถนน
ไม่เข้าใจว่าทำไมปล่อยมาได้ยังไง
เข้าใจว่าเขามาเพื่อที่จะมาหากินในเมือง
แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมยังมาเดินกันอยู่
ทั้งๆ
ที่หลายคนไม่สบายใจกับเรื่องนี้
และมีการพูดถึงกันเยอะแต่ก็ยังมีมาเดินให้เห็นกันอยู่เยอะมาก
ซึ่งการเอาช้างมาเดินถนน
ข้ามถนนมันไม่ถูกต้อง
ตรงนี้เลยอยากให้กรุงเทพฯ
มีการ Animal Control"
เพราะนอกจากช้างแล้ว หมา แมว
ก็ยังไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร
อีกอย่างที่อยากให้ดูแลคือเรื่องค้าขาย
พวกรถเข็นริมถนนตามฟุตบาท
อยากให้ตั้งเป็นสัดส่วนเป็นระเบียบขึ้น
ถึงเวลาปิดร้านก็ไม่ต้องเข็นรถกลับ
เพราะเหมือนกับว่าต้องเข็นร้านกลับไปทั้งร้าน
เห็นแล้วสงสารไม่ใช่ว่าไปเกะกะเขา"
คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มักปวดหัวและหงุดหงิดกับปัญหารถติด ซึ่งอาจจะนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพโดยเฉพาะสุขภาพจิต แต่สำหรับนิโคลแล้วรถติดไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเลย เพราะเธอมีมุมมองและวิธีคิดที่ไม่ทำให้ตัวเธอต้องเครียด
"จำได้ว่าเมื่อก่อนตอนเรียนหนังสือรถติดมาก
ติดจนแบบ โอ๊ย... ไม่ไหว
รู้สึกว่าติดเหลือเกิน
แต่ตอนนี้ถึงรถจะติดก็ยังติดไม่มากนัก
มีความรู่สึกว่าถ้าเทียบกับเมื่อก่อนนี้คนละอย่างกันเลย
รู้สึกว่ากรุงเทพฯ
รถไม่ติดเท่าไหร่
เพราะเคยเจอมาชนิดไม่ไปไหนเลย
3 ชั่วโมง
แต่ถ้าเดี๋ยวนี้ติดอย่างมากก็ครึ่งชั่วโมง
แบบนี้ก็โอเค...ได้คะ"
ความรู้สึกรักและผูกพันที่เธอมีต่อกรุงเทพฯ
ทำให้ภาพของเมืองหลวงแห่งนี้ในแง่มุมของเธองดงามไม่น้อย
เธอสร้างความสุขให้กับตัวเองด้วยการมองสิ่งรอบๆ
ตัว ให้เป็นภาพที่สวยงาม
"พูดถึงกรุงเทพฯ แล้ว สิ่งแรกที่นึกถึงเลยคือห้าง ตึกทุกตึกมองไปจะเห็นหลายๆ รูปแบบ เป็นแถบตึกดูสวยดี ดูเป็น Sky Line ความจริงกรุงเทพฯ เนื้อที่ไม่ได้ใหญ่มากเท่าไหร่ ถ้ารถไม่ติดจะไปไหนมาไหนได้เร็วมาก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างใกล้กันหมด ไม่ว่าจะทำอะไรก็สามารถจะทำในกรุงเทพฯ ได้เลย ทะเลเทียมเราก็มี ห้างก็มีเต็มไปหมด และที่ชอบมากที่สดคือตอนกลางคืนไม่เหงา มีของกินทุกถนน มีขนม มีของขายเยอะ ห้างก็เปิดถึง 3 ทุ่ม 4 ทุ่ม ไม่เหมือนที่อเมริกา ถ้าเป็นวันอาทิตย์ห้าโมงเย็นก็จะปิดแล้ว ข้างถนนไม่มีอะไรเลย มันจะเงียบมากถึงจะเป็นเมืองหลวงเหมือนกันก็ตาม"
ชีวิตของคนกรุงเทพฯ ทุกวันนี้ทั้งที่เป็นคนเมืองนี้โดยกำเนิดหรือเข้ามาอยู่ด้วยภาระหน้าที่การทำงาน มีไม่น้อยเลยที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกอดทน และรอคอยช่วงวันว่าง เพื่อจะได้ทำชีวิตให้มีความสุขด้วยการไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่นิโคลนั้นมีความสุขกับการอยู่ในเมืองใหญ่เมืองนี้ และต้องการให้ทุกๆ คนมีความสุขกับทุกๆ วันของชีวิตด้วยการมองโลกในแง่ดี
"พยายามมองทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตในแง่ดี อย่างอยู่กรุงเทพฯ เวลารถติดมากๆ ให้คิดเสียว่ามันต้องมีบ้าง เพราะเทียบกับเมื่อก่อนแล้วนี่คือดีมากๆ ถนนหนทางก็ดีขึ้นเยอะ มีถนนใหม่ๆ เกิดขึ้นหลายสาย ทางด่วนก็สามารถพาเราไปได้ทุกที่ และที่สำคัญทุกสิ่งทุกอย่างใกล้กันหมด เราสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่าง โดยที่ไม่ต้องไปที่อื่นเลย ไหนๆ อยู่แล้วก็ต้องหาอะไรมาทำให้ตัวเองมีความสุข ต้องเห็นความดีของที่ๆ เราอยู่ เราถึงจะมีความสุข"
brought to you by นิตยสาร City Life