มีนิโคลที่ไหนก็ต้องมี...ที่นั่น

 

 กล้องถ่ายรูป : "กล้องถ่ายรูปนี้ซื้อที่อเมริกา กี้ชอบเอาไว้ถ่ายรูปคนเล่นๆ เพราะเดี๋ยวนี้ไม่มีเวลาไปวาดรูปอะนะคะ และการถ่ายรูปก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่งกี้ชอบถ่ายเวลาคนเผลอ พออัดออกมาเราได้เห็นคนในหลายๆ รูปแบบ ไม่รู้สิกี้ว่ามนุษย์เป็นอะไรที่น่าสนใจที่สุดแล้วรองลงมาก็คือ พวกสัตว์เลี้ยง กี้ก็จะชอบถ่ายลูกๆของตัวเอง หลายๆ คนจะชอบถามกี้ว่าทำไม่ถึงชอบถ่ายเป็น "รูปขาว-ดำ" จริงๆ ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ เพราะถึงจะถ่ายออกมาไม่สวยมันก็ดูอาร์ตๆ ได้ (หัวเราะ) ไม่เหมือนรูปสีต้องดูดีจริงๆ ถึงจะสวย" 

 

สัตว์เลี้ยง : "อ๋อ... เจ้าฟุตโต เหรอคะ (หัวเราะ) ไม่รู้สิเจ้านี่ตอนนี้รู้สึกจะดังกว่ากี้อีก ออกทุกรายการเลย ดังกว่าแม่อีก เจ้าฟุสโตนี่น่ารักมาก พกพาสะดวก แต่ตอนนี้ไม่ค่อยสะดวกเพราะเดี๋ยวนี้โตแล้ว ก็อ้วนด้วย จริงๆ สุนัขพันธุ์นี้ควรจะหยุดโตได้แล้ว แต่คงจะยากเพราะกินเก่งเหลือเกิน และใช้แรงเยอะ เขาเป็นสุนัขที่ซ่าส์มาก จะวิ่งไปหาทุกคน จะกอดจะจูบจะหอมกอดรัดฟัดเหวี่ยงเอาหมด ก็โอเค เขารักที่จะอยู่กับคน เขาอยู่คนเดียวไม่ได้ ขนาดนอนก็ต้องนอนด้วยกันเลย"

 

 

แว่นตา : "แว่นอันนี้เป็นแว่นที่กี้รักมาก เพราะกี้ไม่เคยมีแว่นทรงแบบนี้เลย แล้วตอนที่เริ่มเล่นเจทสกีใหม่ๆกี้ก็ไปที่โรงงานโอ๊คเลย์ ตอนแรกกะว่าจะไปซื้อเสื้อ รองเท้า ถุงมือ ซึ่งที่โรงงานนี้ก็ทำแว่น ตอนที่กี้เห็นปุ๊บ แหม...มันก็เท่เหลือเกิน แล้วแว่นนี้ก็เป็นแว่นสปอร์ต ซึ่งทั้งผู้ชายและผู้หญิงใส่ได้ ก็ซื้อมาและใส่ตลอด เพราะว่ากี้ไม่ชอบใส่แว่นกันแดดที่มันมืดไป ใส่ไปแล้วดๆ นี่จะไม่ชอบเลย แต่แว่นอันนี้สีมันจะออกส้มๆ ใส่กันแดดหรือใส่ออกงานในช่วงที่เรานอนไม่พอ แต่ว่ามันก็ไม่ได้ทำให้เราง่วง เพราะมันก็ไม่ได้กันแสงจนกระทั่งมืด"

 

 

กระเป๋าตังค์ : "กระเป๋าตังค์ใบนี้คุณแม่เพิ่งให้มาไม่นานนี้เอง (หัวเราะ) คือวันนั้นไปงานแล้วเสร็จก็เลยแวะไปหาแม่แล้วแม่ก็หยิบมาให้ เหมือนเป็นการให้รางวัลกับลูก เห็นลูกเหนื่อย แม่ให้เหมือนเป็นกำลังใจอะคะ เพราะอย่างตอนวันแถลงข่าวนี่ก็จะได้กระเป๋ามาเป็นกระเป๋าสะพาย แต่ไม่ค่อยจะได้ใช้เท่าไหร่ ส่วนมากจะใช้ก็แค่กระเป๋าสตางค์ ส่วนยี่ห้อนี่ก็ไม่ได้ยึดเลยนะคะ กี้ใช้อะไรก็ได้ แต่อันนี้ที่ชอบเพราะมันมีซิบ และเป็นคนที่มีของเยอะมาก ไม่ใช่เงินนะ ของเยอะจนตุงเลย แบบ...จะมีบัตรต่างๆ รูปเพื่อน เศษตังค์ ใบเสร็จค่าทางด่วน คือกี้จะเป็นคนที่เก็บอยู่แล้ว แต่นี่ที่ไม่เอาออกคือขี้เกียจ ขี้เกียจที่จะมาเลือกเก็บ อันนี้เก็บอันนี้ไม่ เลยเก็บไว้หมดเลยดีกว่า กี้ก็เก็บไว้จนตุง แต่ว่าอันนี้มันมีซิปไงคะ จะตุงเท่าไหร่มันก็ปิดลง แต่นี่รูดไม่ค่อยได้แล้ว ถ้าแม่เห็นแม่ต้องตีแน่ๆ (หัวเราะ) แต่อีกไม่นานก็คงจะเคลียร์ เพราะปีหนึ่งกี้เคลียร์ 2 ครั้งเอง"

 

ซาวด์เบาท์ : "อันนี้คือเยินมากเลย ซื้อมาแค่ปีเดียวแต่เยินเหมือนใช้ของ 15ปี แล้วกี้จะเป็นคนแบบว่าไปไหนต้องมี เพราะบางทีที่ไปงานต้องมีเพลงอื่นที่ต้องร้องที่ไม่ใช่เพลงเรา ก็จะต้องพึ่งซาวด์เบาท์นี้เข้าช่วย อย่างเวลาที่แต่งหน้าก็เอามานั่งใสฟังอยู่เรื่อย ก็โอเคช่วยได้เยอะ หลายๆคนจะชอบแซวว่าเราจะเอาไว้เช็คเรทติ้ง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่นะคะ ก็ไม่เคยเช็คเลยเปิดไปก็ไม่เจอ เปิดทีไรเจอแต่ข่าว ส่วนมากเปิดมาก็จะฟังเพลง กี้จะไม่หาเพลงตัวเองมาฟังหรือหมุนหาคลื่น กี้ไม่อยากจะไปเน้นอะไรตรงนั้นมาก มันอาจจะทำให้เครียดได้ ก็ไม่เอาก็โอเค ไปอย่างนี้ไปเรื่อยๆ"

 

 

โทรศัพท์มือถือ : "โทรศัพท์ก็เอาไว้โทรสิคะ กี้จะเอาไว้ใช้งาน ใช้ติดต่อคนโน้นคนนี้ เอาไว้รับงาน กี้ว่าสำคัญนะ เพราะถ้าเกิดมีอะไรฉุกเฉินขึ้นมาก็ได้เจ้านี่เป็นตัวช่วย ถ้าสังเกตดีๆ ก็จะมีสติ๊กเกอร์ด้วย แม่เพิ่งแปะให้เมื่อไม่นานนี้เอง ได้มาพร้อมกับกระเป๋าตังค์ แต่อันนี้น่ารักมากเพราะจะมี แม่ คุณยาย คุณอา น้า และหลาน เขาไม่เคยถ่ายสติ๊กเกอร์กันไงคะ ตัวกี้ก็ทำงานไม่มีโอกาสได้เจอ แต่ไปถ่ายแล้วก็ไปเอามาให้ดู กี้เห็นก็ อูย...เอามาๆ ก็ติดที่โทาศัพท์ เพราะเราถืออยู่ตลอด เห็นรูปก็เหมือนแม่มาอยู่ใกล้ๆ ค่ะ (ยิ้ม) "

 

ดู๊...ดู อบอุ่นมากเลยนะคะเนี่ย แหม...แต่ถ้าทำงานหนักขนาดนี้ก็น่าเห็นใจอยู่เหมือนกัน แต่นิโคลก็ยังดีนะที่มีคุณพ่อ-คุณแม่ ที่ยังเข้าใจ เห็นแล้วรู้สึกเป็นครอบครัวที่อบอุ่นทีเดียวนะคะเนี่ย.

 

brought to you by นิตยสาร Mirror

back