นิโคลฝันวิวาห์เฝ้ารอวันเจอรักแท้

แม้วัยจะล่วงเลยมาเกือบเลข 3 แล้ว แต่ "นิโคล เทริโอ" ก็เป็นนักร้องสุดกรี๊ดของบรรดาวัยรุ่นทั้งหลาย ด้วยหน้าตาที่ยังดูอ่อนกว่าวัย บวกกับความสดใส ขี้เล่นที่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัว จึงทำให้ชนะใจและครองใจแฟนเพลงวัยโจ๋ได้ไม่ยากเลยทีเดียว

นิโคลเป็นลูกครึ่งไทยอเมริกัน เกิดวันที่ 23 มิถุนายน 2515 เป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ จบการศึกษาจาก "โคลัมเบีย คอลเลจ" ชิคาโก รัฐอีลินนอยส์ สหรัฐอเมริกา ก่อนหน้าที่จะมาจับไมค์ร้องเพลงนิโคลเคยถ่ายแบบลงนิตยสารวัยรุ่นมาก่อน เมื่อจบการศึกษาแล้วจึงมาจับไมค์ร้องเพลงอย่างจริงจังกับค่ายแกรมมี่ฯ อัลบั้มแรกของเธอคือ "กะโปโล คลับ" ประสบความสำเร็จเกินคาด จึงทำให้นิโคลขึ้นแป้นเป็นนักร้องที่โด่งดัง และมีแฟนเพลงอยู่ทั่วเมืองไทย และเพราะชุดแรกประสบความสำเร็จมากมายมียอดขายถล่มถลายขนาดนั้น จึงทำให้หลายคนมองว่างานชุดที่สอง "บุษบาหน้าเป็น" นี้ นิโคลต้องกินหมูแน่นอน แต่สำหรับตัวเธอเองแล้วกลับบอกว่า

"นิโคลไม่อยากคิดว่าชุดแรกเราประสบความสำเร็จมาก พอมาถึงชุดนี้ก็สบายไม่ต้องมาคิดกังวลอะไรอีก นิโคลว่ามันก็เหมือนกราฟมีขึ้นก็ต้องมีลง เราไม่สามารถจะทำนายได้ว่ามันเป็นอย่างไร ดังนั้นเราต้องทำตัวเองให้ดีที่สุด แล้วค่อยคิดโปรเจ็กต์เอา อย่างโปรเจ็กต์ที่แล้วเราได้รับการตอบรับอย่างดีก็ดีใจมาก พอมาถึงอันนี้ก็เลยตั้งใจมากอยากให้งานออกมาดี พอออกมาได้ดั่งใจทุกๆคนที่ทำงานในชุดนี้ก็แฮปปี้มาก พอมานั่งฟังกันเต็มๆก็นั่งยิ้มกันว่า เออ...ที่เราทำกันเต็มๆออกมาเนี่ย งานมันก็ออกมาดีอย่างที่เราคาดหวังไว้ สำหรับยอดขายก็แล้วแต่แฟนเพลงว่าจะชอบมากน้อยแค่ไหน แค่มีคนฟังเพลงของเราเพียงหนึ่งคน นิโคลก็ดีใจแล้วค่ะ ซึ่งเป้าหมายในอนาคตนิโคลคิดว่าอยากจะทำเพลงไปเรื่อยๆ อยากจะมีการพัฒนาทั้งด้านการร้องและเยื้องหลังด้วย เพราะนิโคลใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งจะเขียนเพลงเองและร้องเอง และถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเป็น "โค-โปรดิวเซอร์" เลย ซึ่งเรื่องแบบนี้ก็ต้องใช้เวลาแล้วแต่ทางผู้ใหญ่ด้วยว่าจะให้เราทำได้หรือยัง เราพร้อมหรือยัง ก็คงต้องเริ่มจากงานของตัวเองก่อนแล้วค่อยไปทำให้คนอื่น"

นอกเหนือจากงานร้องเพลงแล้ว นิโคลยังเขยิบตัวเองก้าวขึ้นไปสู่อาชีพนักแสดงอีกด้วยซึ่งเธอก็ได้ประเดิมงานไปแล้วในละครเรื่อง "นิยายรักภาคสอง" (เธอเคยเป็นแขกรับเชิญในเรื่อง "สามหนุ่มสามมุม" ด้วย) แม้ในเรื่องนี้จะเป็นแค่ดารารับเชิญตอนเดียว แต่นั่นก็ถือว่าเป็นใบเบิกทางที่ดีพอสมควร

"พอนิโคลได้ลองแสดงละครดูแล้ว ก็รู้เลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันมีบทที่ต้องจำ พอจำเสร็จแล้วก็ต้องลืมว่าเรากำลังท่องมันอยู่นะ เราต้องแสดงออกมาว่าเป็นตัวละครตัวนั้นให้ได้ จากนั้นก็ต้องยืนให้ถูกตำแหน่งที่เขากำหนดไว้ มันมีอะไรหลายอย่างมาก และเราก็ต้องเป็นธรรมชาติกับมัน นิโคลก็เลยรู้ว่างานแสดงนี้เป็นงานที่ยาก คนที่เล่นละครได้นี่เก่งจริงๆ ซึ่งถ้ามีโอกาสนิโคลก็อยากจะเล่นละครแบบเต็มๆบ้าง อยากจะลองทำเพราะเราก็รักทางด้านนี้เหมือนกัน เรื่องนี้ก็มีการคุยกัน แต่เป็นแบบลอยๆว่าสนใจจะเล่นไหม นิโคลก็บอกไปว่าสนใจ แต่มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น ต้องดูเวลา ดูคิว หลายๆอย่าง ตอนนี้นิโคลยังไม่มีเวลาที่ลงตัวเลย ช่วงนี้ที่จะเห็นก็มีแต่ในมิวสิกวีดีโอเท่านั้น"

แต่นิโคลก็ไม่หยุดความดังไว้เท่านั้น เธอยังครองแชมป์เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาโทรศัพท์มือถือ "จี.เอส.เอ็ม" ถึง 2 ปีซ้อน จนทำให้มีข่าวลือเข้ามากระทบโสตประสาทว่า ค่าตัวนิโคลนั้นมีค่าถึง 20 ล้านบาท นับว่าเป็นค่าตัวที่มากที่สุดในแระเทศไทย เมืองสอบถามนิโคลว่าได้ค่าตัวเท่านี้จริงหรือเปล่านิโคลตอบว่า

"ค่าตัวไม่ถึงหรอกค่ะ แต่ไม่ขอบอกดีกว่าว่าได้เท่าไหร่จริงๆแล้วเมื่อปีที่แล้วนิโคลได้เซ็นสัญญากับทางจี.เอส.เอ็ม.ไปแล้ว แต่เป็นแค่ปีเดียวเท่านั้น พอหมดสัญญาก็มีการคุยกันอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็มีการโหวดกันว่า ถ้าจะทำโฆษณาชุดต่อไปที่จะมีประมาณ 3 เรื่องเนี่ย คนดูเขาอยากจะดูใคร เขาก็โหวตมาว่าอยากให้เป็นนิโคล นิโคลเลยได้เซ็นสัญญาต่ออีกหนึ่งปี ทำเหมือนนางงามสองสมัยเลยเนอะ (หัวเราะ)"

เมื่อโด่งดังจนฉุดไม่อยู่ขนาดนี้ แน่นอนว่าเมื่อก้าวไปทางไหนก็ย่อมเป็นที่จับตามองของคนทั่วไป นิโคลเองก็ยอมรับว่าเมื่อเข้ามาอยู่ในวงการเธอไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ได้รับกลับมาเป็นกำลังใจและความชื่นชอบจากแฟนเพลง เธอถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มกันจริงๆ

"เรื่องความเป็นส่วนตัวที่เสียไปเราก็รู้อยู่แล้ว แต่สำหรับในชุดแรกยอมรับว่ารู้สึกตกใจนิดหน่อย เวลาพักผ่อนส่วนใหญ่ของนิโคลก็เป็นตอนกลางคืน ตอนกลางวันจะทำงานตลอดไม่มีเวลาไปไหน ทุกวันนี้นิโคลไม่คิดว่าตัวเองทำงานหนักเกินไปหรอก เพราะได้บอกตัวเองไว้แล้วว่าเวลานี้คือเวลาออกเทปของเรา เราต้องขยัน ออกรายการเพื่อเจอกับทุกๆคน อย่างชุดแรกจะตกใจและเหนื่อย แต่เราก็เก็บประสบการณ์จากตรงนั้นมาและบอกกับตัวเองช่วงที่ทำงานชุดนี้ว่าช่วงที่ว่างก็ต้องทำตัวให้ว่างจริงๆ ไปหาความสุขจากสิ่งที่เราอยากจะทำให้เต็มที่อย่างเล่นเจ็ทสกีหรือดำน้ำ ถ้าอยากจะมีความสุขในช่วงนั้นก็มีซะ เพราะเดี๋ยวถ้าออกเทปแล้วจะต้องยุ่งจนไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่น"

ทำงานหนักมาตลอดจนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนแบบนี้ หลายคนสงสัยว่านิโคลทำงานหนักเพื่ออะไร และเคยให้อะไรเป็นรางวัลแห่งความเหน็ดเหนื่อยของตัวเองบ้างหรือเปล่า นิโคลยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้วบอกว่า

"รางวัลที่นิโคลให้ตัวเองก็คือการซื้อของให้แม่ แม่อยากได้อะไรก็จะซื้อให้ ฟังดูแล้วอาจจะคิดว่าของที่แม่อยากได้คงจะเป็นของที่ใหญ่โตมาก แต่จริงๆแล้วไม่ใช่นะคะ ของที่แม่อยากได้แต่เป็นของที่ไม่จำเป็นแม่ก็จะไม่ให้ซื้อ อย่างนาฬิกาดีๆแม่ก็จะไม่ใส่ เขาจะบอกเองว่าไม่เอานะลูกมันไม่จำเป็น แต่สิ่งที่นิโคลซื้อให้แม่ก็คือรถโตโยต้า แม่ชอบยี่ห่อนี้เราเลยซื้อให้ เราให้แม่ให้พ่อได้เราก็มีความสุขมาก ส่วนตัวเองก็มีให้นิดหน่อยอย่างพวกเครื่องเสียงเพราะนิโคลชอบฟังเพลง ช่วงนี้เป็นช่วงที่ชีวิตมีครบทุกอย่าง มีความสุขมากค่ะ เพื่อนก็มีมากขึ้น นิโคลจะมีเพื่อนที่เล่นเจ็ทสกีด้วยกันเยอะแยะเลย คือเวลาลงแข่งเราจะไปด้วยกันหมด จะเฮฮาปาร์ตี้กันมาก เวลาทำงานมันก็ไม่เหมือนกับมาทำงาน จะเหมือนกับมาเจอเพื่อนมากกว่า"

เรื่องแต่งงานเป็นความฝันของผู้หญิงทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิงอย่างในวัยของนิโคลถือว่าต้องคิดเรื่องแบบนี้ได้แล้ว นิโคลก็แย้มให้เราฟังว่า เธอเองก็ใฝ่ฝันที่จะแต่งงานเหมือนกัน เพราะเห็นตัวอย่างมาจากพ่อแม่ แต่ด้วยหน้าที่การงานที่ต้องทำทุกวัน ทำให้เธอไม่มีเวลามากที่จะคิดเรื่องแฟนในตอนนี้

"เรื่องแต่งงานนิโคลก็คิดนะคะ คิดมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าเราก็อยากจะแต่งงานนะ เพราะเห็นคุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยกันมีความสุข เราเลยคิดว่าสักวันหนึ่งเราอยากจะมีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูก มีบ้าน มีสุนัขและแมว ครบทุกอย่าง แต่เมื่อมาอยู่ตรงนี้ เรารู้แล้วว่างานต้องมาก่อน เราต้องมีความสุขกับสิ่งที่เรามี นิโคลถึงได้บอกว่าตอนนี้มีครบทุกอย่างแล้ว เพราะมีความสุขกับสิ่งที่มีคือ งาน ครอบครัวและเพื่อน แต่สำหรับเรื่องแฟนเนี่ยยังไม่ทราบ บอกไม่ได้ว่าจะมีเมื่อไหร่ เพราะงานของเรามันบังคับอยู่อย่างนี้ ซึ่งถ้าจะมีครอบครัวก็ต้องมีให้ดีไปเลย ไม่อยากให้ลูกของเราไปอยู่กับพี่เลี้ยง นิโคลอยากจะเลี้ยงลูกเอง ฟังดูแล้วอาจจะเชยนะคะ แต่นิโคลอยากอยู่บ้านดูแลลูก ผู้หญิงที่ทำงานไปด้วยแล้วเลี้ยงลูกไปด้วยนี่เก่งจริงๆ แต่สำหรับตัวนิโคลเองถ้ายังกังวลเรื่องลูกเรื่องบ้านอยู่จะไม่มีสมาธิในการทำงาน นิโคลกลัวเรื่องนี้เลยอยากอยู่บ้านเลี้ยงลูกเอง"

นิโคลก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีข่าวพัวพันกับคนในวงการและนอกวงการอยู่เสมอ ล่าสุดก็มีข่าวว่ากำลังควงอยู่กับขุนแผนน้อยอย่างนาย "ฟลุค" และหนุ่มหล่อพนักงานบริษัทแถสสีลม ก่อนหน้านี้นิโคลไม่เคยออกมาแก้ข่าวอะไรเลย ทำให้หลายตนคิดเลยเถิดไปว่าเป็นเรื่องจริง ดังนั้นในวันนี้นิโคลเลยออกมาแก้ข่าวด้วยตัวเอง

"ถ้ามีแฟนนิโคลจะไม่เปิดเผยจะเก็บตรงนี้เป็นเรื่องส่วนตัวมากที่สุด เรื่องข่าวต่างๆที่ว่ากับคนนั้นคนนี้นั้นก็มีผลกระทบต่อนิโคลเหมือนกัน แต่ก็ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องตัดสิน ข่าวกับฟลุคนิโคลก็ไม่ออกมาแก้ข่าวเลย พอไม่ออกมาปฏิเสธคนก็คิดว่าเป็นเรื่องจริง นิโคลต้องเปลี่ยนวิธีแล้ว ก็ต้องบอกเลยว่าไม่ได้เป็นแฟนกัน สำหรับเรื่องเป็นแฟนกับพนักงานบริษัทแถวสีลมนั้นก็เหมือนกัน เวลามีข่าวออกมานิโคลก็จะวางตัวอย่างที่เคยทำ ไม่มีการระวังตัวเป็นพิเศษ นิโคลรับได้ ให้เขาลองตัดสินกันเอาเอง ตัวเราเองก็ต้องรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ต้องมีสติเพราะมีเด็กๆหลายคนคอยมองเราเป็นเยี่ยงอย่างอยู่"

ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปีที่อยู่ในวงการมา นิโคลบอกกับเราว่าข่าวที่ทำให้เธอรู้สึกเสียใจและยังจำฝังใจมาจนทุกวันนี้คือ ข่าวที่บอกว่าเธอหยิ่ง ซึ่งนิโคลก็ขอยืนยันกับเราอีกครั้งว่า ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยทำอย่างนั้นเลย เธอสำนึกอยู่เสมอว่าที่มายืนอยู่ตรงนี้ได้ ก็เพราะแฟนเพลงทุกคน ดังนั้นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจแฟนเพลงขนาดนั้นเธอจะทำไปเพื่ออะไร

"ข่าวที่กระทบกระเทือนนิโคลมากที่สุดก็คือข่าวว่านิโคลหยิ่ง จนถึงทุกวันนี้นิโคลก็ยังรู้สึกอยู่ นิโคลเสียใจกับข่าวนี้มาก ยืนยันว่าไม่เคยเกิดขึ้น ไม่รู้มาได้อย่างไร ไม่เคยหยิ่ง ไม่เคยคิดว่าอย่ามาทำอย่านี้กับชั้นนะ ถึงแม้จะเหนื่อยแค่ไหนก็ไม่เคยทำ ไม่ว่าจะเป็นข่าวหรืออะไรนิโคลจะเก็บไว้คนเดียวไม่ปรึกษาใครชอบเก็บเอาไว้คนเดียว พอนิโคลเงีบยหายไป พี่ๆก็จะโทรมาถามเอง เพราะเขามีเซ้นส์พอที่จะรู้ว่าเราต้องเป็นอะไรถึงได้หายไปอย่างนี้ พอได้คุยกับพวกพี่ๆแล้ว เค้าก็บอกว่าอย่าคิดมากเลย และพยายามร้องเพลงเยอะๆมันจะช่วยให้เราสบายใจขึ้น"

ผ่านเรื่องเครียดๆมาแล้วเรามาคุยกันเรื่องดีๆกันบ้าง เรื่องความรักเป็นเรื่องราวระหว่างคนสองคนที่จะมาเจอกัน ทำความรู้จักกันและมอบความรักให้กันและกัน สำหรับนิโคลนั้นเธอค่อนข้างเชื่อเรื่องรักแท้และเนื้อคู่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน รู้จักกันนานเท่าไร ถ้าคนคนนั้นเป็นเนื้อคู่ของเธอแล้ว ย่อมไม่แคล้วกันแน่นอน

"เรื่องระยะเวลาก็แล้วแต่นะคะ ถ้าเจอเนื้อคู่ก็ใช่เลย เวลาจะสั้นยาวแค่ไหนก็คือเนื้อคู่ เราไม่สามารถจะกำหนดได้ว่า เราต้องคบกันเท่านั้นเท่านี้นะถึงจะใช่ นิโคลค่อนข้างจะเชื่อเรื่องเนื้อคู่ เพราะเราไม่สามารถหาเหตุผลได้ว่า ทำไมคนสองคนต้องมาเจอกัน เข้าใจกัน และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจนตาย เรื่องความรักเนี่ยนิโคลคิดว่ายิ่งใหญ่จริงๆค่ะ ความรักสำหรับนิโคลคือสามารถต้องอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต ถ้าไม่มีความเป็นเพื่อนก็ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ คนที่เป็นแฟนกันต้องคุยกันเยอะๆ ไม่ใช่มีอะไรแล้วไม่บอกกัน พอมีเรื่องเกิดขึ้นก็งอนกันไปงอนกันมา มันไม่มีประโยชน์อะไร เราต้องสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง มันก็จะเกิดความเป็นเพื่อนขึ้นมา และจะทำให้รักยือยาว นิโคลคิดว่าช่วงแรกๆที่คบกันจะต้องหวานชื่นทุกสิ่งทุกอย่างสวยงามไปหมด แต่สิ่งเหล่านี้มันต้องมีวันหมดไป แล้วมันจะเหลืออะไร ก็คือความเป็นเพื่อนที่จะทำให้เราอยู่ด้วยกันได้ต่อไป"

ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า พ่อหนุ่มคนไหนหนอจะโชคดีเป็นคู่ตุนาหงันตัวจริงของสาวสวยคนนี้.

 

brought to you by นิตยสารสตาร์บันเทิง

back