สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์มติขนรายวัน

 

ดวงจะเป็นดาว สาวน้อย นิโคล เทริโอ ลูกครึ่ง ไทย-อเมริกัน สมันที่เป็นนักศึกษาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ต้องย้ายรัฐเอง เปลี่ยนที่เรียน อัดเทปร้องเพลงของพี่เบิร์ด และ มาลีวัลย์ 12 เพลงใส่เทปส่งให้เพื่อนฟังแก้เหงา เสียงที่เธอร้องทำให้เธอได้ก้าวขึ้นเวทีประกวด Star Search 1996 ทำให้ต้องเก็บปริญญาสองใบที่ได้จากอเมริกาทั้งด้านศิลปะ และบริหารธุรกิจเข้าลิ้นชัก เปลี่ยนเส้นทางชีวิต แต่นั่นก็เป็นความฝันของเธอตั้งแต่เด็กที่จะได้เป็นนักร้องเหมือนกับเสียงของแม่ที่คอยเตือน นี่เป็นความฝันของลูก ลูกได้มันมาแล้ว นั่นทำให้เธอยืนบนเวทีได้นานจนวันนี้ เดินเข้าไปในบริษัทยักษ์อย่างแกรมมี่ได้ไม่นานการเคี่ยวฝึกฝนและ ปั้น เสียงของนิโคลก็เข้าไปอยู่ในใจขิงวัยรุ่น เสียงใสๆ หวานๆ ของสาวน้อยวัย 26 ในวันนั้นกับอัลบั้ม กะโปโลคลับ ยอดขายพุ่งกระฉูดจนไปติดอันดับหนึ่งในชาร์ตอยู่หลายเดือน เสียงของเธอยังไปปรากฏอยู่ในเพลงประกอบละครทางทีวีที่มีดีเจสถานีวิทยุต่างๆ นำไปเปิดจนคุ้นหู ปรากฏตัวอยู่ในภาพยนตร์โฆษณายาวนาน เพื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์โทรศัพท์มือถือชื่อดัง สองปีให้หลัง วันนี้เธอออกชุดที่สองในภาพของ บุษบา ภาพของเธอจากวันนั้นถึงวันนี้ คือ สาวน้อยที่น่ารักสดใส ที่ทำให้ทั้งวัยรุ่น และไม่รุ่นแอบปลื้ม คอนเสิร์ตแต่ละครั้งคนแน่น ยอดขายบนแผงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากวันวางแผงเพียงไม่กี่วัน ภาพใสๆ ของเธอในมิวสิกวีดีโอ และบนเวทีคอนเสิร์ตทำให้วัยรุ่นมากมายเดินตาม หลายคนว่าเธอ ใส กว่าวัยจริงจากภาพที่ปรากฏผ่านจอ และเพลงที่เธอร้อง แล้วตัวจริงหละเป็นอย่างไร และเส้นทางในเส้นทางในวงการเพลงกับค่ายยักษ์นี้จะไปถึงไหน นิกกี้ แหวกคิวยาวเหยียดออกมาเล่าให้เราฟังตรงนี้

นิกกี้ตัวจริงดูจริงจังกับชีวิต หวังกับงานเพลงชุดนี้แค่ไหน ถ้ามันไม่ดีเหมือนชุดก่อนหละ

"เราก็อาจจะมาดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น สมมุติว่าเราทำอะไรไปแล้วไม่ได้อะไรอย่างที่เราหวัง แต่หวังน้อยไว้ก่อนแหละดีจะได้เซฟตัวเอง แต่ไม่ใช่หวังน้อยแล้วทำไม่เต็มที่ แต่ก็จะดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น ความสำเร็จก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นที่เดียว เพราะบางทีเรามาวัดความสำเร็จของยอดเทปคงไม่ได้ มันมีหลายเหตุผล เช่นบางคนจะชอบเพลงของนิโคลมาก แต่ว่าไม่มีเงินจะซื้อ ซึ่งตรงนี้มันก็เป็นอะไรที่วัดไม่ได้เสมอไป เราจะไปบังคับ ไปหวังให้เขามาชอบคงไม่ได้"

นี่เราพูดถึงความสำเร็จของตัวงาน แล้วความสำเร็จของชีวิตนิโคลคืออะไร

"อยู่ตรงนี้ค่ะ เข้ามาแกรมมี่ได้สำเร็จ"

การใช้ชีวิตของนิโคลมาจากบทเรียนการเข้ามาตรงนี้ หรือมาก่อนหน้านี้ยังไง

"เป็นคนอย่างนี้หละค่ะ กี้ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง มีอะไรก็สุขกับสิ่งที่มี เมื่อได้สิ่งที่อยากได้และเราไม่เคยมี พอได้อะไรมาเราก็จะเห็นคุณค่าและมีความสุขกับมัน แต่ว่าไม่ใช่ว่าได้แล้วจะเพิ่มกิเลสขึ้นมางั้นเมื่อไหร่จะพอ ต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆ หารสชาติของชีวิต เราทุ่มเทเท่าไหร่ก็จะได้กลับมาเท่านั้น แล้วเราก็จะมีความสุขตรงนั้น"

เป็นคนจริงจังกับชีวิตเหมือนกันนะ

"ก็จริงจังค่ะ เพราะคิดว่าอายุก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว พยายามมองอย่างเข้าใจในชีวิต เวลาได้สิ่งที่ดีมาก็ไม่เคยลืมว่ามันมาอย่างไร ถึงบางครั้งผิดหวังก็จะเสียใจ แต่เข้าใจว่ามันต้องมีแล้วต้องเดินต่อไป ต้องพยายาม ซึ่งยากนะคะต้องเข้าใจว่ามันเป็นสมดุลของชีวิต"

วิธีรักษา ทำอารมณ์ให้มันสมดุลน่ะทำอย่างไร

"ก็นี่ค่ะ นั่งท่องไว้ บอกกับตัวเอง พยายามเตือนตัวเองตลอดเวลา บางทีก็มีอารมณ์เด็ก แต่ก็พยายามให้มันแป๊บเดียวแล้วดึงตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุด"

การทำงานละดูไม่เหมือนกับที่พูดที่คิดเลย ขัดกับตัวเองหรือเปล่า ภาพออกมาเป็นคนละอย่าง

"ไม่ค่ะไม่ คือไม่ใช่ความคิดเราเป็นผู้ใหญ่มาดจะต้องขรึมต้องอะไร อย่างคุณแม่นิโคลอายุก็ห้าสิบกว่าก็ยังร่าเริง คงเหมือนแม่ กี้ดูตัวเองในเอ็มวีนี่คล้ายแม่เลย แต่ไม่ใช่ว่าแม่ทำตัวเด็กๆ นะ หรือนิโคลทำตัวเป็นเด็กนะ เพราะที่จริงก็ไม่ได้คิดจะปิดบังอายุอยู่แล้ว เพียงแต่พยายามจะดึงส่วนนี้ออกมา ต้องต้องขอบคุณผู้กำกับ ช่างกล้องต้องยกความดีให้เขา"

อยากทำอะไรที่ออกจากตัวเองบ้างไหม ที่เป็นตัวเองมากๆ ที่ไม่ใช่ร้องเพลง ที่ตัวเองชอบนะ

"ก็อยาก อยากทำเบื้องหลัง อยากเขียนเพลงเอง อยากทำโปรดิวซ์ มันก็ขึ้นอยู่กับความพร้องของตัวเอง และผู้ใหญ่ต้องดูด้วยว่าพร้อมแค่ไหน ถ้าไม่พร้อมก็ต้องทำอีกชุดหนึ่งก็ต้องดูด้วย แต่สักวันคือเบื้องหน้าต้องทำเบื้องหลังด้วย ซึ่งตอนนี้หลายคนที่เป็นอย่อย่างพี่แอมนี่เขาก็เขียนเพลง ซึ่งคิดว่าวันหนึ่งน่าจะทำได้"

เคยได้ลองเริ่มอะไรมาบ้างหรือยัง อย่างเขียนเพลง

"ก็เขียนค่ะ อย่างเวลาได้ทำนองมาก็จะเอาทำนองตัวเองใส่เข้าไป ให้พี่ๆ ดูแล้วก็ติชมว่าได้ไหม แต่ก็ไม่ได้หวังอะไรมาก เพราะรู้ว่าตัวเองยังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ มันยากกว่าจะเป็นอะไรตรงนี้ได้ เขาเขียนกันมาสิบกว่าปี ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ"

เป้าหมายในชีวิตหละอยากทำอะไร ขึ้นมาสูงขนาดนี้แล้ว

"ถ้าไม่อยู่ในวงการเพลงก็คงเพราะสาเหตุมีครอบครัว มีลูกอะไรอย่างนี้ คือจะอยู่ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีลูก เพราะถ้ามีลูกอยากเลี้ยงดูเขาด้วยตัวเอง คงจะต้องออก"

มีลูกมีครอบครัวก็ไม่อยู่ในวงการ

"ไม่ใช่หมายถึงว่าถ้าไม่อยู่แล้ว"

การทำงานหละช่วงนี้หนักไหม เพราะนิกกี้ต้องเป็นของบริษัท ใช้เวลาช่วงไหนพักผ่อน

"ตอนแรกนี่ที่หนักๆ ช่วง 8-9เดือน ตั้งแต่ชุดแรก จบโปรโมทก็จะทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศ แล้วก็หนังโฆษณา ช่วงเวลาที่ว่างจริงๆ จะเป็นสามเดือน แล้วก็มาเริ่มทำชุดสอง ตอนที่ว่างก็คิดว่าเมื่อไหร่จะได้ช่วงเวลาตรงนั้นอีก ก็คิดถึงตรงนั้น มันจะเป็นเวลาที่จะได้ชาร์ตแบตฯเต็มที่ จะแตกต่างจากงานทั่วไป แต่มาอยู่ตรงนี้ค่อนข้างยุ่งมาก เวลาติดๆ กัน นอนไม่เป็นเวลา แต่ว่าเราได้สามเดือนที่ว่างมากๆ ทำในสิ่งที่ต้องการทำเสร็จแล้วก็มาเริ่มใหม่"

อย่างแรกที่ทำเวลาได้หยุดพักผ่อน

"ไปอเมริกาค่ะ ไปเยี่ยมคุณปู่แล้วก็ไปเที่ยวพักผ่อน ไปเล่นเจทสกี ไปดูหนัง ไปช้อปปิ้ง คือให้เวลาส่วนตัวที่หายไปได้กลับคืนมาส่วนหนึ่ง แล้วค่อยกลับมาเมืองไทย มานอน"

ตอนนี้เรามีสังกัด เราต้องใช้ชีวิตเพื่อบริษัท อยากกลับเป็นอิสระไหม

"ไม่หละค่ะ เพราะตอนว่างมากๆ ก็เสียสูญเหมือนกัน ทำไมมันว่างอะไรขนาดนี้ อยู่ตรงนี้มันค่อนข้างว่างก็ว่าง ยุ่งก็ยุ่งก็สมดุลกัน แต่มันคนละอย่างกับงานอื่น"

กับบทเรียนของ "ทาทา ยัง" หละ คิดอย่างไร

"นิโคลคิดว่าเรามีอะไรไม่เหมือนกัน เราเข้าใจว่าชีวิตเป็นไง บางทีคนที่ไม่ได้อยู่วงการจะเข้าใจประมาณหนึ่ง แต่ว่าคนที่อยู่วงการจะเข้ามา จริงๆ แล้วการที่จะมาตรงนี้นี่ ต่างคนมีวิธีการของตัวเอง มันแล้วแต่แนวคิดแล้วก็วิถีชีวิต ทางเลือกมันก็เป็นเรื่องของแต่ละคน ซึ่งนิโคลก็เลือกที่จะอยู่แกรมมี่ เพราะที่นี่เป็นครอบครัว เมื่ออยู่นานเข้าก็จะรักกันมาก ี่เห็นชัดที่สุดเรานี่อยู่ข้างหน้า เราได้หน้าตา เราได้ชื่อเสียง แต่ทีมงานเป็นร้อยเลยที่เขาไม่ได้เท่าที่เราได้ ตรงนี้เตือนนิโคลมาตลอดเลย จำไว้ตลอดเลย เป็นครอบครัวที่นิโคลจะไม่จากไป เพราะว่ามีบุญคุณกับเรา"

ใครที่คอยพูดให้คติในชีวิตการทำงาน เพราะเราอยู่ในจุดที่โด่งดังล่อแหลม

"ก็มีพ่อ พ่อที่พูดให่สติว่า สู้ สู้นะลูก นึกถึงสิ่งที่ดีในชีวิต แล้วนึกถึงแม่ แม่บอกว่า จำได้ไหมนี่คือความฝันของลูก วันนี้ลูกได้เป็นแล้ว นี่คือความฝันของลูก ก็อยากให้ตั้งใจทำให้ดี มีความสุขกับตรงนี้ แล้วอย่างพี่ในวงการ พี่เบิร์ดพูดว่าเราแกรมมี่ด้วยกันรักกันทุกคน ทุกคนดูแลทุกคน อยู่ตรงนี้รับรองปลอดภัยอบอุ่น แล้วก็เรื่องแฟนเพลงด้วยว่า อย่าลืมว่าเรามาจากไหนเ พราะใคร"

ติด "พ่อ-แม่" มาก

"โทรคุยตลอดค่ะ ไอ-เลิฟ-ยู ตลอด มีอะไรก็พูดเปิดเผยเหมือนเพื่อนกัน ก็เสียใจที่ไม่ค่อยมีเวลาให้ ก็จะพยายามาโทรศัพท์คุยกันให้มากที่สุด"

เวลาที่รู้สึกเหนื่อยแล้ท้อ มันคงต้องมีเพราะทำงานหนักมาก มีวิธีเพิ่มพลังอย่างไร

"นอน นอนค่ะ"

รู้สึกว่าเป็นนักร้องงที่ภาพพจน์ดีมาก ไม่ค่อยมีข่าวหวือหวาเหมือนคนอื่น มีก็น้อยมาก ดูแลตัวเองยังไง

"ดูแลหรือคะ อยากมีชีวิตให้ครบๆ อยากไปไหนก็ไป ถึงแม้อาจจะเสี่ยงนิดนึง เพราะหน้าตาเราเฉยก็มีข่าวออกมาว่าหยิ่ง บางทีแฟนเพลงเรียกก็ไม่รู้ตัว เพราะเสียงข้างนอกมันดัง เมื่อไม่เห็นก็อาจจะเกิดการเข้าใจผิด ก็ต้องระวังและสังเกตให้ดีหน่อย ใครมองหรือเปล่า มองก็ยิ้มนิดนึง แต่ช่วงแรกไม่รู้ก็เลยมีข่าวออกมาว่าเราหยิ่ง ก็จะทำตัวให้ธรรมชาติมากที่สุด"

รู้มาว่าเคยอ่านข่าวภาษาอังกฤษของกรมประชาสัมพันธ์ เป็นอย่างไรบ้างช่วงนั้น

"มีความสุขค่ะ แล้วตอนนั้นก็รู้แล้วว่าเข้าแกรมมี่ได้ และก็กำลังเตรียมงานกับทางแกรมมี่ด้วย แต่ก็ต้องเจียดเวลาไปอ่านข่าวตองเที่ยง สนุกดี ยุ่งดี"

เพลงก็ร้องแล้ว ละครหละสนใจไหม

"ต้องดูคิวค่ะ อย่างแรกต้องมีเวลาให้เพลงมากๆ ก่อน คิดว่าตอนนี้คงไม่มีเวลาให้สองอย่างพร้อมกัน"

แล้วส่วนตัวอยากทำหรือเปล่าหละ

"อยากค่ะ อยากแสดงหลายๆ บทเลย คิดว่าเป็นการระบายที่ดีเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าอึดอัดนะคะ แต่อยากแสดงเพราะคิดว่าเป็นอะไรที่ช่วยได้เยอะ เพราะเวลาเราอยากทำอะไร แต่ทำไม่ได้ แต่ในละครเราทำได้ก็เลยอยากลองดู"

 

brought to you by หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน

back